สวัสดีทุกคนครับ วันนี้ผมมีร้านอาหารดีๆ ที่กำลังมีโปรโมชั่นลดราคาอาหาร 20% มาฝากกันครับ โดยร้านนี้มีชื่อว่า “The Meat Pan” ซอยสุขุมวิท 39 และเป็นร้านที่ผมคิดว่าใครที่ชอบทานสเต๊กเนื้อ, เบอร์เกอร์ หรือเครื่องดื่มพิเศษต่างๆ นั้นต้องห้ามพลาดเลยล่ะ รสชาติอาหารแต่ละรายการของเค้าถือว่าดีเลย นอกจากนี้ราคาก็ไม่แพงด้วย ส่วนใครที่ไม่ได้สนใจเรื่องเนื้อหรือเบอร์เกอร์มากนัก ร้านนี้ก็มีเมนูประเภทอื่นๆ ให้เลือกทานอีกหลายอย่างเลยครับ รับรองว่าเข้าไปถึงร้านแล้วทุกคนจะต้องเจอเมนูที่ถูกใจอย่างแน่นอน ^^

พิเศษ!!! ตั้งแต่วันนี้ – 15 พ.ค. 64 แฟนเพจ “ภรรยา สามีใช้” ทุกคน รับส่วนลด 20% สำหรับอาหารทุกเมนู เมื่อทำการ Check in ที่ร้านนะครับ  

นี่เป็นรายละเอียดของร้านแล้วก็บรรยากาศต่างๆ นะครับ โดยขนาดของร้าน The Meat Pan นั้นจะไม่ใหญ่มากนัก โดยรวมๆ แล้วน่าจะสามารถรองรับลูกค้าได้ไม่เกิน 30 คน ส่วนการตกแต่งร้านและการจัดพื้นที่นั่งนั้นถือว่าทำได้ดีเลยกับร้านขนาดนี้ครับ

Fanpage : The Meat Pan

ที่ตั้ง : City Resort ซอยสุขุมวิท 39 (ร้านจะอยู่ชั้น 1 ใกล้ๆ หัวมุมถนน)

Google Map : https://g.page/themeatpan?share

เวลาเปิด : 11.00 น. – 23.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์)

ที่จอดรถ : สามารถจอดรถหน้าร้านได้ 3-4 คัน (จอดฟรี) หรือจะจอดในอาคาร City Resort ก็ได้ (ประทับตราจอดได้ 3 ชั่วโมง)

Tel : 094-5655150

ส่วนนี่เป็นจุดเด่นคร่าวๆ ของร้าน The Meat Pan ในความเห็นผมนะครับ

  • มีเมนูหลากหลายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ยิ่งใครที่ชอบทานเนื้อหรือนั่งดื่มชิลๆ น่าจะถูกใจมาก เพราะเค้ามีให้เลือกเพียบ โดยประเภทอาหารหลักๆ ที่เค้าให้บริการก็จะประกอบไปด้วยสเต๊ก, เบอร์เกอร์, สปาเกตตี้, สลัด, ซุป, ของทานเล่น, ของหวาน และเครื่องดื่มครับ
  • ราคาไม่แรง ถือว่าสมเหตุสมผล และบางเมนูต้องบอกว่าคุ้มค่าคุ้มราคามาก เช่น ข้าวไก่กรอบเขียวหวานจานใหญ่ๆ จานละ 120 บาทเท่านั้น (ราคาอาหารตามในเมนูเป็นราคา Net เรียบร้อย ไม่มีบวกเพิ่มนะครับ)
  • เจ้าของร้านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องเนื้อ อีกทั้งอยู่ในธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายเนื้อมานาน ดังนั้นจึงมีเนื้อดีๆ ราคาไม่แรงให้เราเลือกทานเยอะ อย่างสเต๊ก Giant Sirloin จานใหญ่ๆ ขนาด 500 กรัม ก็ราคาเพียง 1,290 บาทเท่านั้นเองครับ
  • ประเภทของเนื้อหลักๆ ที่ทางร้านให้บริการจะเป็น Australian Wagyu, Australian Black Angus และ Kuroke Wagyu (ญี่ปุ่น) นะครับ
  • อาหารประเภทสเต๊กทุกจานจะสามารถเลือกเครื่องเคียงได้ 2 อย่าง จาก 12 อย่างที่เค้ามีให้เลือก ใครชอบแบบไหนก็จัดไปครับ เฟรนช์ฟราย, หอมทอด, สับปะรด, มะเขือเทศ, แอสพารากัส หรือมันอบ ก็มีให้เลือกหมดครับ
  • มีเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย อีกทั้งยังมีเครื่อง Glass Froster หรือเครื่องที่ทำให้แก้วเย็นฉ่ำภายในพริบตาภายในร้านด้วย บอกเลยอันนี้เจ๋งมากๆ ใครที่ชอบดื่มเครื่องดื่มพิเศษน่าจะชอบเลยครับ

ส่วนเรื่องรสชาติอาหารนั้นต้องบอกว่าจากที่ผมได้ชิมอาหารร้านนี้มาประมาณ 25 เมนู ทุกเมนูถือว่าเค้าทำได้ดีหมดเลยนะครับ แต่หากจะให้เลือกเด่นๆ ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษก็ขอเลือกเป็น 10 เมนูแรกตามด้านล่างนี้แล้วกัน และสำหรับใครที่ชอบทานเบอร์เกอร์เป็นพิเศษ ผมบอกเลยว่าต้องห้ามพลาดเบอร์เกอร์ร้านนี้เลยครับ เนื้อฉ่ำกำลังดี และขนมปังของเค้าอร่อยมาก!!

หมายเหตุ : ราคาที่เห็นในวงเล็บหลังชื่ออาหารนั้น คือ ราคาปกติของทางร้านนะครับ โดยหากใครเป็นแฟนเพจภรรยาหา สามีใช้ และไปทานอาหารพร้อม Check in ภายในวันที่ 15 พ.ค. 64 จะได้ส่วนลดอีก 20% นะครับ

Double Decker (450 บาท) : เบอร์เกอร์เนื้อวากิว 2 ชั้น ที่ต้องบอกว่าอร่อยมาก เด็ดทั้งเนื้อและขนมปังเลย และผมเชื่อว่าคนทั่วไปกินเบอร์เกอร์นี้ชิ้นเดียวก็น่าจะอิ่มแล้วครับ!! ส่วนถ้าใครคิดว่าขนาดของชิ้นมันใหญ่ไป ทางร้านก็มีเมนู Holy Chuckkkk ซึ่งจะเป็นเบอร์เกอร์วากิวแบบเนื้อ 1 ชั้นจำหน่ายด้วย ในราคาชิ้นละ 280 บาทครับ

Only Big Boy (900 บาท) : เบอร์เกอร์เนื้อวากิวขนาดบิ๊กบึ้ม!!! เพราะมันมาแบบหนาถึง 5 ชั้นด้วยกัน ใครคิดว่าไหว คิดว่าตัวเองแน่ก็จัดไปครับ!! ส่วนผมชิ้นนี้ต้องแบ่งทาน 2 มื้อค่อยหมดครับ @[email protected]

For The Love of Bacon (250 บาท) : เบอร์เกอร์หมูและเบคอน เอาใจคนที่ไม่ทานเนื้อครับ

Filet Mignon (690 บาท) : เนื้อสันในขนาด 200 กรัม ขนาดชิ้นหนา และรสชาติดีเลยครับ

Ribeye (990 บาท) : เนื้อริบอาย 300 กรัมจาก Australian Black Angus โดยรวมๆ ผมชอบความนุ่มและรสชาติของจานนี้มากกว่า Filet Mignon อยู่นิดนึงครับ

Giant Sirloin (1,290 บาท) : เนื้อเซอร์ลอยด์ Australian Wagyu ขนาด 500 กรัม จานนี้ต้องบอกว่าใหญ่บึ้มมากๆ แบ่งทานกัน 2-3 คนได้สบายๆ เลยครับ

Deep Smoked Beef Brisket (450 บาท) : เนื้อบริสเก็ตรมควัน จานนี้ดีมากครับ เนื้อนุ่มเปื่อยทานง่าย แต่ปริมาณอาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับจานอื่นๆ นะครับ ภายในจานจะมีขนมปังมาให้ด้วย 2 ก้อน และรสชาติขนมปังนั้นดีเลย

Finger Lickin’ BBQ Ribs (420 บาท) : ซี่โครงหมูบาร์บีคิวที่เค้าบอกว่านุ่มอร่อยจนต้องเลียนิ้ว ใครอยากพิสูจน์ด้วยตัวเองก็จัดเลยครับ

Green Curry Fried Rice with Crispy Chicken (120 บาท) : จานนี้มีชื่อไทยๆ ว่าข้าวไก่กรอบแกงเขียวหวานครับ และผมว่านี่คือหนึ่งในอาหารที่คุ้มราคามากที่สุดในร้านนี้เลย ไก่ชิ้นใหญ่มากและทอดมาได้ดี ใครที่ต้องการอาหารจานเดียวง่ายๆ อร่อย ราคาไม่แรง จบที่จานนี้ได้เลยครับ

Crème De La Crème (180 บาท) : ของหวานที่ถือว่าเป็น Signature Menu ของร้านครับ หน้าตาดูดีและให้ผลไม้มาเยอะมาก แถมยังมีไอศกรีมเจลลาโต้เสิร์ฟมาคู่กันด้วย รสชาติโดยรวมดี กลมกล่อมและไม่หวานมาก ถือเป็นของหวานที่ถ้าใครยังทานไหวควรสั่งมาปิดท้ายมื้อครับ

ส่วนรายชื่ออาหารด้านล่างนี้จะเป็นเมนูอื่นๆ ที่ผมได้มีโอกาสลองชิมนะครับ รสชาติโดยรวมถือว่าดี สอบผ่าน คุ้มราคาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าในความเห็นผมนั้นเมนูเหล่านี้จะยังไม่โดดเด่นมากเท่ากับ 10 เมนูด้านบนครับ

Pork Cowboy Steak (390 บาท) : สเต๊กหมูพอร์คช็อปที่ขนาดชิ้นใหญ่ใช้ได้ ใครไม่ทานเนื้อสั่งจานนี้มาได้นะ

Grilled Salmon Fillet (420 บาท) : สเต๊กแซลมอนที่กริลล์มาได้ดี ถือว่าเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนไม่ทานเนื้อและหมูสุดๆ

English Fish N Chips (350 บาท) : อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากทานปลา แต่เมนูนี้จะเป็นปลาทอดที่เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนฟรายช์ตามแบบฉบับอังกฤษนะครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วหากผมต้องเลือกเมนูปลาจานใจจานนึง ผมแอบเชียร์สเต๊กแซลมอนจานเมื่อกี้มากกว่านะครับ

Yo Mama’s Fried Chicken (290 บาท) : ไก่ทอดซอสเกาหลีสไปซี่สูตรเด็ดฝีมือคุณแม่ จานนี้จะได้สะโพก+น่องไก่ชิ้นโตๆ ถึง 2 ชิ้นครับ

Kraprao Wagyu Fried Rice with Sliced Beef (150 บาท) : ข้าวกะเพราวากิวไข่ดาวที่มาในราคาเบาๆ และถือเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารจานเดียวที่น่าสนใจมากครับ

Spaghetti Carbonara (240 บาท) : จานนี้หน้าตาดูดีมาก จะเป็นสปาเกตตี้คาร์โบนาร่าที่เสิร์ฟพร้อมไข่แดงและชีส อีกทั้งยังมีเบคอนชิ้นใหญ่ๆ ด้านบนอีก 2 ชิ้นด้วยครับ ตอนพนักงานยกมาเสิร์ฟทีแรกผมนี่น้ำลายไหลเลย ><

Spaghetti Kraprao Beef Khaidow (200 บาท) : จานนี้จะเป็นสปาเกตตี้แบบฟิวชั่นความเป็นไทยเข้าไปครับ​ รสชาติกะเพราถือว่าชัดพอควร แล้วก็ผัดมาได้แห้งกำลังดี แถมมีไข่ดาวประกบมาด้านบนด้วย ทำให้ได้ฟีลความเป็นกะเพราเนื้อแบบเต็มๆ ครับ

Caesar Salad (220 บาท) : จานนี้ผมประทับใจไข่กับเบคอนด้านบนเป็นพิเศษครับ ตอนเสิร์ฟทีแรกเบคอนทอดมาได้ดูน่ากินสุดๆ ><

Salmon Teriyaki Salad (280 บาท) : สลัดอีกสไตล์นึง น้ำสลัดจะไม่เหมือนกับจานเมื่อกี้ครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบน้ำสลัดจานนี้มากกว่านะ

Crispy Calamari (180 บาท) : เมนูของทานเล่นยอดฮิตที่หลายคนชอบสั่งครับ

Creamy Mushroom Soup (120 บาท) : ซุปเห็ดที่เสิร์ฟคู่กับขนมปังกรอบ

French Onion Soup (120 บาท) : ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส จานนี้ขนมปังจะอยู่ในซุปเลยนะครับ

Panna Cotta (180 บาท) : พานาค็อตต้าที่ชิ้นใหญ่และเนื้อเนียนดีครับ สำหรับคนที่ไม่เน้นทางของหวานมาก สามารถสั่งมาจานเดียวแล้วแบ่งทานกัน 2 คนได้นะ

ใครที่ดูแล้วสนใจก็อย่าลืมหาโอกาสไปลองทานกันนะครับ ผมว่าร้านเค้าน่าสนใจหลายอย่างเลยแหละ เมนูอาหารเยอะ รสชาติดี ราคาไม่แรง แถมยังเป็นร้านเล็กๆ ที่คนยังไม่ค่อยรู้จักด้วย และที่สำคัญมากๆ คือ ใครไปทานภายในวันที่ 15 พ.ค. 64 ทางร้านเค้าจะมีส่วนลดค่าอาหารให้ 20% ทุกเมนูด้วยนะ

ขอบคุณทุกคนเป็นอย่างสูงที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ

Facebook Comments