อาหารไทยถือว่าเป็นอาหารที่มีเสน่ห์และมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ส่วนประกอบ, หน้าตา, รูปลักษณ์, ความพิถีพิถัน, ความอ่อนช้อย จนไปถึงในเรื่องของรสชาติ ซึ่งจากทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี่แหละก็เลยทำให้ชาวต่างชาติหลายๆ คนที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยต่างก็พยายามที่จะลองชิมอาหารไทยที่ขึ้นชื่อในระดับโลกอย่าง ต้มยำกุ้ง, ผัดไทย, ส้มตำ หรือน้ำพริกต่างๆ
ซึ่งต้องบอกตามตรงครับว่า หลายต่อหลายครั้งเราก็พบว่าชาวต่างชาติเหล่านั้นเค้าทึ่งกับหน้าตาและรสชาติของอาหารที่เค้าได้ทานเข้าไป แต่หลายต่อหลายครั้งเค้าก็ต้องส่ายหน้ากับการบริการหรือคุณภาพของร้านอาหารนั้นๆ ที่ราคาสูงเกินกว่าสิ่งที่ได้รับ หรือไม่ก็ต้องสูดปากซี้ดซ้าด ร้องขอน้ำเพิ่มเป็นการด่วนเพราะอาหารที่ถูกปรุงมาเสิร์ฟนั้นมีรสชาติที่จัดจ้านเกินกว่าที่เค้าจะนึกถึง และสุดท้ายก็เลยทำให้เค้าทานอาหารมื้อนั้นได้อร่อยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น รวมไปถึงเข็ดขยาดกับอาหารไทยไปเลยก็มี
ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับแขกชาวต่างชาติที่เราต้องการรับรองเค้าเป็นอย่างดี รวมทั้งแก้ปัญหาให้กับคนที่ชอบทานอาหารไทยที่มีรสชาติอร่อย แต่ไม่ต้องการทานอาหารที่มีรสจัดหรือเผ็ดมากจนเกินไป วันนี้ผมกับต๋งก็เลยจะพาทุกคนไปรู้จักกับหนึ่งในห้องอาหารในโรงแรมที่มีอาหารไทยอร่อยๆ บริการ และรสชาติน่าจะถูกใจคนกลุ่มนี้ โดยห้องอาหารนี้มีชื่อว่า Element (อีเลเม้นท์) โรงแรม Amara Bangkok (อัมรา กรุงเทพ) ครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับการเดินทางมายังห้องอาหารหรือโรงแรมแห่งนี้ก็ไม่ยากครับ โดยโรงแรม Amara Bangkok นั้นจะตั้งอยู่ที่ถนนสุรวงศ์ ใกล้ๆ กับตึก AIA ใครที่ขับรถมาสามารถตาม GPS ใน Google Map มาได้เลย ส่วนใครที่ไม่มีรถก็สามารถมาที่นี่ได้ทั้ง Taxi, รถเมล์ แล้วก็ BTS โดยสถานี BTS ที่ใกล้โรงแรมที่สุดคือสถานีช่องนนทรี ใช้เวลาเดินจากสถานีถึงโรงแรมประมาณ 10 นาทีครับ
เมื่อเรามาถึงที่โรงแรมแล้วก็ให้เราลงไปที่ชั้น B1 ก็จะเจอกับห้องอาหาร Element โดยห้องอาหารแห่งนี้จะเป็น All Day Dining คือเปิดบริการทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น แต่สำหรับใครที่ต้องการลิ้มรสอาหารไทยอร่อยๆ (Thai Passion) ต้องมาในช่วงเวลา 18.00 – 22.30 น. นะครับ เพราะว่าอาหารไทยนี้ทางห้องอาหารจะมีบริการเฉพาะในช่วงเย็นเท่านั้น
นี่เป็นภาพบรรยากาศของห้องอาหาร Element ครับ จัดโต๊ะได้สวยงามเป็นระเบียบ มีต้นไม้ห้อยมาจากเพดาน ดูแล้วสวยงามสบายตาดี ส่วนจำนวนโต๊ะทั้งหมดที่ผมลองนับดู น่าจะสามารถรองรับคนได้ทั้งหมดประมาณ 150 คนครับ
และนี่เป็นหน้าตาของเมนูอาหาร Thai Passion at Element ที่จะมีบริการเฉพาะในช่วงเย็น หน้าปกเมนูดูสวยงาม และชวนให้เปิดเข้าไปดูด้านในมากๆ
ภายในเล่มก็จะประกอบไปด้วยเมนูอาหารไทยต่างๆ มากมายที่ดูสวยงามน่ากินมาก โดยจะมีอาหารให้เลือกทานหลากหลายประเภทตั้งแต่อาหารไทยโบราณอย่างปลาแห้งแตงโม, ม้าฮ่อ จนไปถึงอาหารไทยยอดฮิตในระดับโลกอย่างต้มยำกุ้ง, ผัดไทยห่อไข่, ส้มตำ แล้วก็ยังมีอาหารประเภทต่างๆ ทั้งยำ ทั้งผัดให้เราเลือกสั่งอีกหลายสิบรายการเลยครับ ใครสนใจหรือถูกชะตาเมนูไหนเป็นพิเศษก็สั่งมาลองทานดูนะครับ ผมได้เอาภาพบางส่วนของเมนูมายั่วน้ำลายทุกคนตามภาพข้างล่างนี้แล้ว ><
อ้อ ในเรื่องราคาอาหารของที่นี่นั้นผมว่าอยู่ระดับที่โอเคเลยครับ โดยราคาอาหารเริ่มต้นของที่นี่จะอยู่ที่ 120 บาทต่อจาน (ยังไม่รวม Vat 7% และ Service Charge 10%) ซึ่งเป็นราคาที่ไม่แรงเลยเมื่อเทียบกับราคาของห้องอาหารในโรงแรมครับ
ส่วนใครที่เป็นชอบลิ้มลองอาหารชาติต่างๆ และกำลังมองหาอาหารอย่างอื่นนอกเหนือจากอาหารไทยมาเสริมในมื้อนี้ด้วย ผมแนะนำให้ลองสั่งอาหารสิงคโปร์มาทานนะครับ เพราะโรงแรม Amara เนี่ยเป็นโรงแรมสัญชาติสิงคโปร์ และหลายต่อหลายคนบอกว่าอาหารสิงคโปร์ของที่นี่นั่นรสชาติดี อร่อยมากๆ ครับ
และนี่เป็นเมนูอาหารทั้งผมที่ผมกับต๋งได้ลองชิมในวันนี้ครับ
  1. ม้าฮ่อ ราคา 180 บาท
  2. ปลาแห้งแตงโม ราคา 170 บาท
  3. น้ำพริกไข่ปู ราคา 280 บาท
  4. มัสมั่นเนื้อออสเตรเลียน่องลาย ราคา 350 บาท
  5. ไข่เจียวฟูกากหมู ราคา 150 บาท
  6. ต้มยำกุ้ง ราคา 430 บาท
  7. ผัดไทยห่อไข่ ราคา 320 บาท
  8. ไอศกรีมกะทิ ราคา 90 บาท
ส่วนเครื่องดื่มนั้นผมกับต๋งเลือกทานเป็น Passion Refreshing และ Banana Yogurt โดยทั้งสองนี้ราคาแก้วละ 110 บาท ส่วนใครที่อยากจะทานเป็นน้ำผลไม้คั้นสด, Soft Drink หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ก็สามารถเลือกสั่งได้ตามใจชอบเลยครับ ที่ห้องอาหารแห่งนี้มีเครื่องดื่มให้เราเลือกสั่งเยอะมาก โดย Soft Drink จะราคา 60 บาท ส่วนน้ำผลไม้คั้นจะราคาแก้วละ 100 บาท โดยน้ำผลไม้คั้นนั้นจะเป็นน้ำผลไม้จริงๆ และมาเสิร์ฟในรูปแบบที่ไม่ใส่น้ำแข็งนะครับ ส่วนใครที่อยากจะลองทานเครื่องดื่มเหมือนผมกับต๋งก็รสชาติตามนี้เลยครับ
  • Passion Refreshing : แก้วนี้จะมีส่วนผสมของเสาวรส, มะนาว, สไปรท์ แล้วก็มิ้นท์ รสชาติดีนะครับไม่ได้เปรี้ยวอย่างที่แอบคิดไว้ รสโดยรวมจะออกหวานคล้ายน้ำลิ้นจี่รวมถึงมีความซ่าเล็กๆ ด้วย
  • Banana Yogurt : แก้วนี้มีส่วนผสมของกล้วย, สตรอเบอร์รี่, โยเกิร์ต, น้ำผึ้ง แล้วก็นม โดยทางห้องอาหารได้ใส่สัดส่วนของสตรอเบอร์รี่มาเยอะกว่ากล้วยพอควร ดังนั้นสีของน้ำจึงออกเป็นสีแดงอ่อนๆ รวมทั้งมีรสชาติของสตรอเบอร์รี่โดดเด่นออกมากว่าใครเพื่อน ใครที่อยากทานน้ำกล้วยปั่น หรือเครื่องดื่มที่มีกล้วยเด่นๆ คงไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ครับ
เอาล่ะ ในเมื่ออาหารบนโต๊ะเรามาพร้อมเพรียงครบทุกรายการแล้ว คราวนี้เราไปเริ่มชิมกันทีละรายการกันเลยดีกว่าครับ เริ่มจากรายการแรก “ม้าฮ่อ” โดยเมนูนี้เป็นเมนูแรกๆ ที่ผมตัดสินใจสั่งมาลองทานเลยครับ ด้วยความที่เป็นเมนูที่อยู่ในหน้าแรกๆ รวมทั้งยังเป็นอาหารประเภทที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสทานจากที่ไหนๆ โดยในการเสิร์ฟนั้นทางห้องอาหารจะนำมาเสิร์ฟทั้งหมด 6 ชิ้น แต่ละชิ้นมีการจัดวางมาอย่างสวยงาม พอดีคำ ดูแล้วน่ากินมากครับ
ในส่วนของรสชาติรายการนี้ ผมค่อนข้างประทับใจมากนะครับ สับปะรดที่รองมาด้านล่างนั้นหวาน อร่อยดี เมื่อทานคู่กับเนื้อที่อยู่ด้านบนแล้วเข้ากันมาก โดยเนื้อที่อยู่ด้านบนนั้นจะมีลักษณะและรสชาติคล้ายๆ กับเนื้อที่อยู่ในสาคูไส้หมูนะครับ
ต่อกันที่จานที่สอง “ปลาแห้งแตงโม” อีกหนึ่งเมนูที่ผมเลือกสั่งตั้งแต่รายการแรกๆ เพราะหน้าตากับชื่อของมันชวนให้ลิ้มลองเหลือเกิน โดยในการเสิร์ฟนั้นทางโรงแรมจะจัดจานมาโดยมีแตงโมที่ถูกคว้านเป็นทรงกลมวางไว้รวมกันที่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านจะเป็นปลาแห้งที่ใช้กินคู่กันครับ สำหรับรสชาติของรายการนี้ถูกปากผมมากเช่นกัน มันเป็นอะไรที่ผมว่าเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ แตงโมเนื้อหวานๆ ขนาดพอดีคำเมื่อโรยด้วยปลาแห้งที่ปกติเรามักใช้กินคู่กับข้าวเหนียวเข้าไป กลับได้รสชาติที่ผสมผสานลงตัวทั้งด้านความหวานและความเค็มครับ
เมนูนี้ใครที่ชอบลองทานอะไรใหม่ๆ หรืออยากหาอะไรที่ทานแล้วสดชื่นควรลองสั่งมาดูนะครับ แต่ถ้าใครเป็นคนที่ไม่ชอบทานอะไรที่เป็นของคาวกับของหวานผสมอยู่ในเมนูเดียวกัน คุณอาจจะไม่ประทับใจเมนูนี้เท่าไหร่ครับ
รายการที่สาม “น้ำพริกไข่ปู” รายการนี้ทางโรงแรมก็จัดจานมาได้อย่างสวยงามอีกแล้ว น้ำพริกไข่ปูถูกจัดใส่มาในครกขนาดเล็กดูแล้วน่ารักดี ส่วนผักต่างๆ ที่ใช้กินคู่กันก็ถูกจัดใส่มาในภาชนะจักสานที่มีรูปร่างคล้ายพัด สะท้อนความเป็นไทยออกมาได้ดีเลย นอกจากนี้ภายในชุดยังมีปลาทอดและไข่เค็มเสิร์ฟมาพร้อมกันอีกด้วยครับ
ในส่วนเรื่องของรสชาตินั้นความอร่อยของน้ำพริกอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ มันๆ เค็มๆ และไม่เผ็ด ไม่รสจัดจนเกินไป สามารถทานได้เรื่อยๆ ไข่เค็มและปลาทอดก็อร่อยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะปลาทอดนั้น ทอดมาได้ดีไม่อมน้ำมัน แต่ในเรื่องของผักที่นำมาเสิร์ฟคู่กัน ผมรู้สึกว่ามีหลายๆ อย่างที่ขาดไปและหลายๆ อย่างที่ไม่เข้ากัน โดยผมคิดว่าหากทางห้องอาหารมีการเปลี่ยนเอาผักกาด, สลัด เข้าไปแทนโหระพา น่าจะทำให้ลงตัวขึ้นครับ
อ้อ เมนูนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากจะทานน้ำพริกที่รสชาติจัด มีความเปรี้ยวเผ็ดสูงนะครับ เพราะน้ำพริกไข่ปูของที่นี่จะไม่ได้มีรสที่จัดจ้านออกไปในทางนั้นครับ
รายการที่ 4 “มัสมั่นเนื้อออสเตรเลียน่องลาย” เมนูที่รุ่นพี่นักชิมคนนึงเค้าแนะนำผมมาว่า มาถึงที่นี่แล้วห้ามพลาดที่จะสั่งมาลองทาน ซึ่งต้องบอกว่าผมยังสามารถไว้ใจในความชอบ ลักษณะการกินสไตล์เดียวกันกับพี่เค้าได้ต่อไป เพราะรสชาติของเมนูนี้อร่อยถูกปากผมกับต๋งมากครับ เนื้อที่อยู่ในมัสมั่นนั้นนุ่ม เคี้ยวง่าย และรสชาติดีมาก ส่วนในเรื่องรสชาติของน้ำแกงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นเดียวกัน ทานคู่กับข้าวสวยนี่อร่อยลงตัวมาก
ต่อกันที่ “ไข่เจียวฟูกากหมู” เมนูที่ตอนแรกผมลังเลมากว่าจะสั่งอะไรดีระหว่างเมนูนี้กับเมนู “ไข่เจียวฟูเนื้อปู” แต่ในที่สุดผมก็เลือกเป็นไข่เจียวฟูกากหมู ด้วยความที่เป็นเมนูที่ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน รวมทั้งราคาที่ถูกกว่ากันครึ่งนึงเลยครับ
หน้าตาของอาหารจานนี้ดูดียั่วน้ำลายมาก มากซะจนตอนที่พนักงานมาเสิร์ฟนั้นทำเอาคนในโต๊ะผมถึงกับซี้ดซ้าดอยากจะรีบตักลองทานเลย ซึ่งในส่วนของรสชาตินั้นก็ทำออกมาได้ดีเหมือนกับหน้าตาครับ ไข่เจียวฟูกรอบและไม่อมน้ำมัน ใครที่ชอบทานไข่เจียวและพร้อมจะซัดกากหมูแบบนี้ ควรจะลองสั่งมาทานนะครับ
ต่อกันที่ “ต้มยำกุ้ง” หนึ่งในเมนูอาหารไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยต้มยำกุ้งของโรงแรมอัมรา กรุงเทพ จะเป็นต้มยำกุ้งชามขนาดกลางๆ ภายในชามมีกุ้งแม่น้ำตัวโตจำนวน 2 ตัว รสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ ความเข้มข้นและจัดจ้านพอเหมาะ ไม่ได้เปรี้ยวเผ็ดพุ่งสูงเหมือนกับหลายๆ ร้าน ดังนั้นก็เลยเป็นอะไรที่เหมาะจะให้ชาวต่างชาติลิ้มลองความอร่อยโดยที่ยังไม่ถึงขั้นเหงื่อไหลใครย้อย หรือต้องรีบกระดกน้ำดับความเผ็ด
ใครที่ชอบต้มยำกุ้งที่รสชาติเข้มข้น ไม่ได้เปรี้ยว เผ็ด จี๊ด น่าจะถูกอกถูกใจกัน ส่วนกุ้งแม่น้ำที่ใส่มาในถ้วยนั้นก็คุณภาพดี สด เนื้อเยอะใช้ได้ครับ
ปิดท้ายอาหารคาวกันด้วย “ผัดไทยห่อไข่” อีกหนึ่งเมนูอาหารไทยที่ขึ้นชื่อ รายการนี้ผมให้รสชาติอยู่ในเกณฑ์กลางๆ เพราะโดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าผัดไทยมีความแฉะไปเล็กน้อย ผมกับต๋งชอบผัดไทยที่แห้งกว่านี้หน่อยครับ แต่ในเรื่องอื่นๆ ทางห้องอาหารก็ทำมาได้ดีเลยทั้งความสดของกุ้ง, ปริมาณกุ้งที่ใส่มา รวมถึงความละเมียดในการจัดจาน เพราะถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่าถั่วงอกที่เค้าจัดใส่มาในจานนั้นจะเป็นถั่วงอกที่มีความขาว ยาว และมีการเด็ดหัวออกไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลายๆ คนน่าจะชอบและรู้สึกประทับใจที่ทางห้องอาหารใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ แต่ถ้าใครที่เป็นชอบกินถั่วงอกแบบที่มีหัวด้วยก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ครับ ><
ทานของคาวเรียบร้อยแล้วก็ต้องปิดท้ายมื้อกันด้วยของหวานเนอะ สำหรับของหวานของที่นี่จะมีให้เลือกสั่ง 2 อย่าง คือ ผลไม้กับไอศกรีมกะทิ ซึ่งผมกับต๋งเลือกสั่งเป็นไอศกรีมกะทิครับ เพราะเคยเห็นคนอื่นสั่งแล้วมันดูน่ารักน่ากินดี
ไอศกรีมกะทิของที่นี่จะมาเสิร์ฟในรูปแบบของแก้ว โดยภายในแก้วจะมีไอศกรีมอยู่ 2 ลูก รสชาติดี ถูกปากเลยครับ ถือว่าเป็นไอศกรีมกะทิที่อร่อยที่นึงเลย นอกจากนี้ภายในเซ็ตยังมีเครื่องสำหรับไว้ทานคู่กันด้วย โดยเครื่องที่เค้าให้มานั้นจะมี 4 อย่างได้แก่ ลูกชิด, ถั่ว, ทับทิมกรอบ แล้วก็มัน ซึ่งปริมาณของเครื่องที่ให้มานั้นผมว่าเพียงพอกับการกินไอศกรีม 2 ลูกสบายๆ เลย ^^
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวที่ผมได้ไปพบเจอมาจากการไปทานอาหารไทย (Thai Passion) ที่ห้องอาหาร Element โรงแรม Amara Bangkok ครับ และเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561
ช่วงเวลา : 18.00 – 21.00 น.
จำนวน : 4 คน
รสชาติอาหาร : รสชาติอาหารไทยที่ผมได้ลองทานวันนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ จะมีผัดไทยห่อไข่ที่ผมว่าแฉะไปหน่อย และรสชาติโดยรวมๆ ของอาหารทุกรายการนั้นจะเป็นอาหารที่รสไม่จัดมากคือ รสชาติเข้มข้น และให้ความรู้สึกของความเป็นอาหารไทย แต่จะไม่ได้เผ็ด เปรี้ยวจนเกินไป ทำให้อาหารของที่นี่เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับการทานในหมู่วงกว้างทั้งคนที่ไม่ทานอาหารรสจัด จนไปถึงชาวต่างชาติที่อยากจะลิ้มลองอาหารไทย โดยเมนูที่ผมกับต๋งประทับใจที่สุดในวันนี้ก็คือ “มัสมั่นเนื้อออสเตรเลียน่องลาย” ใครที่ชอบทานเนื้อควรลองสั่งมาลองชิมดูนะครับ
ความหลากหลายของอาหาร : จริงๆ แล้วห้องอาหาร Element โรงแรม Amara Bangkok นั้น เป็นห้องอาหารที่มีอาหารบริการหลายอย่างนะครับ ดังนั้นในการมากินอาหารที่นี่จึงไม่น่าจะมีประเด็นอะไรในเรื่องของความหลากหลายของอาหาร และหากจะพูดถึงการเน้นมากินอาหารไทยที่นี่ ห้องอาหารแห่งนี้ก็ยังตอบโจทย์ในเรื่องของความหลากหลายของเมนูอยู่ เพราะเค้ามีประเภทอาหารให้เราเลือกทานเยอะใช้ได้เลยครับ ครอบคลุมทั้งผัด, ยำ, แกง จนไปถึงอาหารทานเล่นเลย
ความสะอาดของร้าน : สะอาดสะอ้าน ดูแล้วสบายตา ไม่มีอะไรที่ดูแล้วรู้สึกขัดใจ และในส่วนของบรรยากาศห้องอาหารกับการตกแต่งก็ทำออกมาได้ดี นั่งทานแล้วรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด จนลืมนึกไปเลยว่ากำลังอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมครับ
การบริการของพนักงาน : ถึงผมจะเจอเรื่องของการหลุดออเดอร์ไป 1 รายการ แต่การบริการโดยรวมๆ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ อย่างไรก็ตามในวันที่ผมไปใช้บริการนั้น มีคนใช้บริการเพียง 20% ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้นหากใครที่ไปในวันที่มีคนไปใช้บริการเยอะๆ ก็ไม่แน่ใจว่าทางพนักงานจะบริการทันหรือเปล่านะครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : เป็นโรงแรมที่ผมว่าก้ำกึ่งกันระหว่างการขับรถไปหรือนั่ง BTS ไปดี เพราะด้วยความที่โรงแรมตั้งอยู่บนถนนสุรวงศ์ซึ่งถือว่าเป็นถนนเส้นนึงที่มีการจราจรติดขัดพอควรในช่วงเวลาหลังเลิกงาน ดังนั้นใครที่จะต้องไปใช้บริการในช่วงเวลานี้ก็อาจจะต้องเช็คแผนการเดินทางใน Google Map ก่อนนะครับ หากเห็นว่ารถติดมาก การเลือกนั่ง BTS ไปลงสถานีช่องนนทรีแล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่สำหรับใครที่ขับรถไปในช่วงเวลาอื่นๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ โรงแรมหาง่าย และมีที่จอดรถมีเยอะพอควรเลย
ความคุ้มค่า : ในส่วนเรื่องราคานั้น เราต้องมองก่อนนะครับว่านี่เป็นอาหารที่จำหน่ายในโรงแรม มีค่าสถานที่, ค่าบริการ และค่าดำเนินการหลายๆ อย่างที่มากกว่าร้านอาหารด้านนอก ดังนั้นการเปรียบเทียบความคุ้มค่าจึงต้องมองในส่วนนี้ด้วย ซึ่งผมกับต๋งมองว่าทางโรงแรม Amara Bangkok เองก็ตั้งราคาอาหารได้อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะดีครับ หลายๆ รายการก็มีราคาเพียง 120-180 บาท/จาน ส่วนเมนูที่ราคา 300-450 บาท/จานนั้น ก็เป็นเมนูที่ทำค่อนข้างยาก หรือมีต้นทุนของวัตถุดิบสูง แต่อย่างไรก็ตามผมว่าหากทางโรงแรมเพิ่มปริมาณเข้าไปในแต่ละจานอีกนิด ก็น่าจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกประทับใจขึ้นอีกระดับครับ
สรุป : สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องอาหารในโรงแรมที่มีบรรยากาศดี กว้างขวาง นั่งสบาย เดินทางไม่ยากทั้งการขับรถและการนั่ง BTS รวมทั้งมีอาหารไทยอร่อยๆ รสไม่จัดมากให้เลือกทานหลากหลายอย่าง ผมว่าห้องอาหาร Element โรงแรม Amara Bangkok ถือเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่สามารถตอบโจทย์หลายๆ คนได้นะครับ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ, เด็ก หรือคนที่ต้องการหาห้องอาหารไทยไว้รองรับชาวต่างชาติ เพราะอาหารไทยของที่นี่รสชาติดี ไม่ได้มีรสจัดมากจนเกินไป ทำให้สามารถทานได้ง่าย ส่วนในเรื่องที่ผมอยากจะแจ้งให้ทุกคนที่มาทานอาหารที่นี่ทราบก่อนอีกเรื่องก็คือ เรื่องของระยะเวลาในการปรุงอาหารที่ทางห้องอาหารใช้เวลาในการปรุงแต่ละอย่างนานพอควรเหมือนกันครับ เพราะอาหารหลายๆ อย่างต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ดังนั้นใครที่ต้องการมาทานอาหารแบบรีบๆ เวลาจำกัด ก็อาจจะไม่เหมาะซักเท่าไหร่ครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ สำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้รวมทั้งสำรองโต๊ะก็สามารถเข้าไปที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage โรงแรม : Amara Bangkok
Fanpage ห้องอาหาร : Element at Amara Bangkok
Tel : 02-0218888
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้