สวัสดีค่า ไม่ต้องแปลกใจนะคะว่าวันนี้เปิดเวปผิดรึเปล่า ใช่ค่ะคุณยังอยู่กับเรา “ภรรยาหา สามีใช้” แต่วันนี้ขอเปลี่ยนจากรีวิวเรื่องกินเรื่องเที่ยวมารีวิวเครื่องสำอางกันบ้างนะคะ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของเราค่ะ
ถ้าพูดถึง theBalm (เดอะ บาล์ม) หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับเครื่องสำอางที่มีแพคเกจลวดลายเก๋ๆ ชิคๆ ออกแนวย้อนยุคหน่อยๆ ซึ่งวันนี้ต๋งขอหยิบผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้นของทาง theBalm มาเล่าสู่กันฟังกันนั่นก็คือ Highlight และ Bronzer ไอเท็มตัวเด็ดของ theBalm เค้าค่ะ
หลายคนอาจคิดว่า Highlight และ Bronzer เป็นแค่ตัวเสริมในการแต่งหน้า ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่อยากจะบอกเลยว่า หากเพื่อนๆ ได้ลองใช้ดู จะพบว่ามันทำให้การแต่งหน้าของเรานั้นมีอะไรมากกว่าการแต่งหน้าทั่วไป อย่างกับเราได้ไปแต่งหน้ากับช่างมืออาชีพเลยค่า

 

theBalm Bahama Mama

(ขนาด 7.08 g)
Bronzer เนื้อแมตผสมกลิตเตอร์เบาๆ เบาแบบน้อยมากแทบสังเกตไม่เห็น โทนสีน้ำตาลเหลืองทำให้เนียนเข้ากับผิวชาวเอเชียได้ง่ายๆ (บางยี่ห้อสีจะออกโทนน้ำตาลแดง ทาแล้วจะแอบเหมือนหน้าไหม้แดดยังไงไม่รู้ 555) แล้วเนื้อคือดีงามมาก เกลี่ยง่าย จะไล้จมูกหรือเหลากรามก็งาม ปัดแล้วไม่เป็นก้อน ไม่เป็นแถบ ไม่ขวานฟ้าหน้าดำ ใช้แล้วชอบสุดๆ
ส่วนแพคเกจของเค้านั้นก็ดีไซน์มาได้ดี ออกแนวฮาวายเกร๋ๆ สีเหลืองสดใส และถึงแม้ว่าแพคเกจจะเป็นกระดาษแข็งแต่ต๋งจับดูแล้วก็แข็งแรงทนทานดีนะคะ ตัวฝาเปิดปิดยึดติดด้วยแม่เหล็กในเนื้อกระดาษ มีกระจกในตัวสามารถพกพาได้ด้วย โดยรวมๆ แล้วชอบเลยค่ะ

 

theBalm Mary-Luo Manizer

(ขนาด 9.06 g)
Highlight เนื้อวาววิ๊งเนียนละเอียด โทนสีงาช้าง เกลี่ยง่ายเว่อร์ แนบเนียนสนิทติดไปกับผิว ไม่มีฟุ้ง ไม่ว่าจะใช้นิ้วหรือแปรงก็ตาม ถือเป็นไอเท็มที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าของเราได้เป็นอย่างดี แต่ข้อควรระวังก็คือเราต้องอย่าหนักมือเกินไป ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นหน้ามันไปได้ค่ะ หรือถ้าใครจะเอามาลองทาเป็นอายแชโดว์ หรือจะปัดฟุ้งๆ ตามผิวกายเบาๆ เวลาไปออกงานก็ได้เช่นกัน ใช้งานได้หลากหลาย เอนกประสงค์อย่างนี้คุ้มมม!!
ในเรื่องแพคเกจของ theBalm Mary-Luo Manizer นั้น จะเป็นตลับพลาสติกพร้อมกระจก ความแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เปิดปิดง่าย ลายน่ารักออกแนววินเทจนิดๆ แล้วก็ในตลับไม่ได้มีแปรงมาให้นะคะ
เอ้า…รู้จักกันแล้วมาลองใช้กันดีกว่า
บอกตามตรงว่าตอนแรกต๋งมีความพยายามในการ Swatch สีลงแขน แต่…เนื่องจากมันเป็น Highlight กับ Bronzer อ่ะเนอะ สีมันจะนวลๆ สร้างแค่แสงเงาเท่านั้น ก็เลยมองเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไร ดังนั้นต๋งก็เลยแต่งหน้าให้ดูกันเลยดีกว่าจ้า จะได้เห็นชัดๆ ว่ามันดีงาม น่าซื้อหามาใช้ยังไงบ้าง
***…ขออภัย หากหน้าสดทำให้ทุกคนตกใจ…***
เริ่มต้นที่รูปแรก หน้าสด ไร้เครื่องสำอาง หลังล้างหน้าใหม่ๆ ในช่วงบ่ายวันหยุด มันก็เลยจะดูง่วงๆ หน่อย Zzzzz
ต่อมาที่รูปที่ 2 อันนี้แต่งหน้าแล้วจ้า ธีมวันนี้คือแต่งหน้าไปกินชาบู……ใช่ค่ะ แต่งหน้าไปกินชาบู แต่งแบบเดินได้เรื่อยๆ ไม่เข้มมาก เพิ่มสีสันที่ปากด้วยสีกลีบบัว เพื่อความชัดเจนในการขึ้นกล้องและความคงทนในการกินจ้า
และรูปสุดท้าย เพิ่มเติม theBalm Bahama Mama ลงไปในช่วงใต้โหนกแก้มและสันจมูก ซึ่งผลที่ได้ก็คือ แก้มตอบดั้งโด่งมาเลยคร่า และพอต๋งลองใช้ theBalm Mary-Luo Manizer ที่ช่วงหน้าผากและปลายจมูก มันก็ช่วยเพิ่มมิติให้หน้าขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ โดยรวมๆ ต้องบอกเลยว่า Highlight กับ Bronzer คู่นี้ทำได้เนียนดี ไม่มีเฟค สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้เลย แต่ถ้าใครอยากได้อะไรที่ทำให้หน้าพุ่งทะลุจอหรือขึ้นกล้องกว่านี้อีก โดยส่วนตัวคิดว่าสองตัวนี้ยังไม่ตอบโจทย์เท่าไรค่ะ
สรุป
theBalm เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางที่คุณภาพดี โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นที่ต๋งได้ทดลองใช้ในวันนี้ ทั้ง theBalm Bahama Mama และ theBalm Mary-Luo Manizer เนื้อผลิตภัณฑ์เนียนละเอียด เม็ดสีชัดเจน แพคเกจน่ารักสดใสได้ใจวัยรุ่นสุดๆ และโดยส่วนตัวแล้วต๋งค่อนข้างชอบเลยค่ะ ปัดเบาๆ ในชีวิตประจำวันก็ได้ ปัดหนักขึ้นหน่อยก็ออกงานได้ เรียกว่าครบเครื่องสุดๆ ใครที่สนใจผลิตภัณฑ์สองชิ้นนี้ก็สามารถไปหาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ของ theBalm ทั้ง 12 สาขา หรือจะเข้าไปสอบถามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมในเพจของ theBalm Thailand ก่อนก็ได้ค่ะ โดยราคาปกติของ theBalm Bahama Mama จะอยู่ที่ 950 บาท และราคาของ theBalm Mary-Luo Manizer จะอยู่ที่ 1,150 บาทค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านจนจบ และหากใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวของต๋งกับร็อดแบบใกล้ชิด ก็สามารถติดตามได้ที่แฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยค่ะ  แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราในวันที่ลองใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ได้ค่ะ