ที่ผ่านมาผมมักจะเขียนถึงแต่บุฟเฟ่ต์ห้องอาหารในโรงแรมกับที่พักที่เป็นพวกรีสอร์ทหรือโรงแรมซะเป็นส่วนใหญ่ใช่มั้ยครับ แต่วันนี้เดี๋ยวผมจะขอเปลี่ยนแนวบ้างด้วยการแนะนำที่พักเก๋ๆ กลางเกาะรัตนโกสินทร์ที่นอกจากจะมีดีเรื่องของการออกแบบที่สวยงามแล้ว เค้ายังมีราคาต่อคืนที่ถูก มีทำเลใกล้ที่เที่ยวหลากหลาย มีวิวดาดฟ้า (Rooftop) ที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูเขาทองและโลหะปราสาทได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญเค้ายังมีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกสั่งเลือกทานมากมายด้วยครับ ว่าแล้วจะรอช้าอยู่ทำไมตามผมไปพบกับสถานที่ที่ชื่อว่า “The Printing House Poshtel Bangkok” (เดอะ พรินติ้ง เฮาส์ พอชเทล แบงค็อก) กันได้เลยครับ

Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ

The Printing House Poshtel Bangkok หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า Printing House Poshtel นั้นเป็นที่พักขนาดเล็กๆ ที่อยู่บนถนนดินสอ และเป็นที่พักที่มีความลงตัวหลายอย่างมากทั้งราคา, วิว, การออกแบบ รวมไปถึงการมีอาหารให้บริการหลากหลายและเป็นอาหารที่ทางเชฟตั้งใจทำสุดๆ เพราะกระบวนการทำอาหารของเค้าส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการทำแบบโฮมเมด ไม่มีการใส่ผงชูรสหรือรสดีเลย ใครที่กำลังหาที่พักราคาย่อมเยาย่านนี้อยู่ หรือมีแพลนจะไปเดินท่องเที่ยวแถวนั้นแล้วอยากจะหาที่นั่งเย็นๆ รับประทานอาหารอร่อยๆ ชมวิวสวยๆ ผมแนะนำที่นี่เลยครับ

สำหรับที่ตั้งของ Printing House Poshtel นั้น จะตั้งอยู่ตรงถนนดินสอ บริเวณข้างๆ กับคลองหลอดเลยครับ โดยทาง Printing House Poshtel นั้นได้มีการนำเก้าอี้จำนวนมากมาวางไว้ที่ด้านข้างบริเวณฝั่งคลองหลอดนี้ด้วย เพื่อให้คนที่เข้ามาใช้บริการที่นี่สามารถนั่งเล่น พูดคุย ทานอาหาร พร้อมกับชมวิวบริเวณนี้ไปพร้อมๆ กันได้ครับ

ส่วนใครที่ไม่ค่อยแน่ใจในพิกัดที่ตั้งของเค้าหรือยังนึกภาพไม่ค่อยออกว่า Printing House Poshtel นั้นตั้งอยู่ตรงไหน ผมจะขออธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ โดย Printing House Poshtel นั้นจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลาว่าการกรุงเทพเลย โดยหากเราเดินมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อมุ่งหน้าไปยังเสาชิงช้าหรือวัดสุทัศน์ เราก็จะเห็นคลองหลอดกับ Printing House Poshtel อยู่ทางขวามือของเราครับ รับรองว่าหากมาถนนดินสอถูกเราหาที่นี่เจอแน่นอน หรือสำหรับใครที่เป็นสายกินก็แค่คิดง่ายๆ ว่าที่พักแห่งนี้จะอยู่ใกล้ๆ กับพวกมนต์นมสด, สุกี้ ส.หน้าวัง, ห่านย่างนันฟ้า นั่นแหละครับ อยู่ฝั่งเดียวกันเลยครับ เดินไปมาแถวๆ นั้นเดี๋ยวก็จะเห็น Printing House Poshtel เอง

หมายเหตุ : สำหรับการเดินทางมา Printing House Poshtel ที่สะดวกสุดในความเห็นผมนั้น น่าจะเป็นการนั่งรถประจำทางมาลงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจากนั้นก็เดินเท้าต่ออีกประมาณ 3-4 นาทีนะครับ หรือถ้าใครอยากจะนั่งรถไฟฟ้ามาก็สามารถนั่งไปลงที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามยอด แล้วออกทางออก 3 (ถนนอุณากรรณ) ก็ได้ จากจุดนั้นจะสามารถเดินต่อไปยัง Printing House Poshtel ได้โดยมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรครับ

ภายใน Printing House Poshtel นั้นจะมีทั้งหมด 6 ชั้นครับ โดยที่นี่จะมีการให้บริการทั้งในด้านที่พักแล้วก็อาหาร ซึ่งเดี๋ยวผมจะพาทุกคนไปสำรวจทุกๆ ส่วนของเค้าเลย เริ่มจากบริเวณชั้น 1 ก่อนนะครับ โดยหลังจากที่เราผลักประตูผ่านเข้ามาเราก็จะเห็นภาพแบบนี้ ซึ่งดูแล้วก็จะคล้ายๆ กับล็อบบี้ของโรงแรมขนาดเล็กๆ เหมือนกัน เพราะเค้าจะมีเคาน์เตอร์ที่ไว้ต้อนรับลูกค้าเช็คอิน, โซฟาไว้สำหรับนั่งคอย, คอมพิวเตอร์ไว้สำหรับใช้งาน แล้วก็ที่นั่งสำหรับทานเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารต่างๆ ครับ โดยการตกแต่งต่างๆ ของเค้านั้นถือว่าสวยงามดูดีเลย หลายๆ จุดสามารถถ่ายภาพโปรไฟล์สวยๆ ได้ด้วย ส่วนในเรื่องของโซนที่นั่งประทานอาหารนั้นก็ดูดี นั่งสบาย สามารถรองรับได้ประมาณ 20 คนครับ

อ้อ สำหรับใครที่ไปที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าพนักงานของทาง Printing House Poshtel ทำหน้างงไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่คุณพูดซักเท่าไหร่ เพราะพนักงานส่วนใหญ่ของเค้าจะเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะฟิลิปปินส์ครับ แต่ถ้าเค้าทราบว่าคุณเป็นคนไทยเดี๋ยวเค้าก็จะให้พนักงานคนไทยมาช่วยดูแลต่อเอง ส่วนสาเหตุที่เค้ามีพนักงานชาวต่างชาติเยอะ นั่นก็เพราะทำเลที่ตั้งตรงนี้เป็นที่นิยมของฝรั่งและชาวต่างชาติมาก ดังนั้นเค้าก็เลยต้องเน้นการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลักนั่นเอง ^^

มาดูกันต่อที่ชั้นบนๆ บ้าง โดยชั้น 2-6 ของ Printing House Poshtel นั้นจะเป็นในส่วนของที่พัก, ห้องอาหาร แล้วก็ Rooftop ครับ โดยที่นี่เค้าจะมีลิฟท์ให้บริการด้วยนะ เป็นลิฟท์ขนาดใหญ่ 1 ตัว ภายในกว้างใช้ได้เลย เพียงแต่ลิฟท์นี้จะให้บริการถึงชั้น 4 เท่านั้น ส่วนชั้น 5 และ 6 ที่เป็นส่วนของห้องอาหารบริเวณดาดฟ้าหรือ Rooftop นั้น อันนี้เราต้องเดินขึ้นบันไดไปต่อเองนะครับ

ส่วนนี่จะเป็นประเภทห้องพักของ Printing House Poshtel ครับ โดยเค้าจะมีห้องพักทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่

  • Private Room ห้องพักส่วนตัวที่สามารถพักได้ 2 คน (มีห้องน้ำในตัว)
  • Family Room ห้องพักส่วนตัวที่สามารถพักได้ 4 คน (ไม่มีห้องน้ำในตัว)
  • Bunk Bed ห้องพักแบบที่นอนรวม โดยจะมีตั้งแต่แบบ 4 เตียง จนถึง 8 เตียง (มีทั้งแบบที่มีห้องน้ำในตัวและแบบที่ไม่มีห้องน้ำในตัว)

โดยราคาที่พักของเค้าต่อคืนนั้นจะเริ่มที่ประมาณ 650 บาท/คน สำหรับห้องแบบ Bunk Bed ส่วนแบบห้องส่วนตัวอย่าง Private Room และ Family Room นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,800 – 2,500 บาท/คืน แล้วแต่ช่วงเวลาที่เข้าพักครับ แล้วก็เราสามารถเลือกได้ว่าจะรับอาหารเช้าด้วยหรือไม่ ถ้าใครรับอาหารเช้าด้วยก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย ใครที่สนใจที่พักแบบนี้ ทำเลแบบนี้ก็ลองกดตรวจสอบราคาตามลิงก์ด้านล่างนี้ดูอีกทีนะครับ ไม่แน่นะอาจจะเจอราคาดีๆ กว่าที่ผมบอกก็ได้

จองที่พัก The Printing House Poshtel Bangkok ราคาพิเศษผ่าน Agoda คลิ๊กที่นี่

และนี่จะเป็นหน้าตาของห้องพักประเภทต่างๆ ของเค้าครับ เริ่มจากห้อง Private Room ที่สามารถพักได้ 2 คน และมีห้องน้ำในตัว ห้องพักประเภทนี้จะมีแค่ 2 ห้องเท่านั้น ขนาดของห้องถือว่ากว้างเพียงพอต่อการใช้งานเลย การออกแบบและการตกแต่งต่างๆ ก็ดีเทียบกับมาตรฐานโรงแรมได้สบายๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างผ้าเช็ดตัว, โทรทัศน์, ตู้เย็น, น้ำดื่ม, ตู้เสื้อผ้า, ชุดคลุมอาบน้ำ, รองเท้าแตะ, ตู้เซฟให้ครบหมด แถมห้องน้ำก็ทำออกมาได้ดี ใช้งานง่าย แยกส่วนแห้งส่วนเปียกชัดเจน และมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้ครบด้วยครับ

โดยรวมๆ ต้องบอกเลยว่าผมกับต๋งประทับใจกับห้องพักประเภทนี้มากครับ และถือว่าราคาที่เค้าเปิดนั้นไม่แพงเลย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ การออกแบบดี ทำเลดี สามารถเดินทางไปในจุดท่องเที่ยวในเกาะรัตนโกสินทร์ได้ง่าย ที่สำคัญห้องพักของ Printing House Poshtel ทุกห้องนั้นเค้าใช้ระบบกุญแจเข้าออกเป็น Key Card ทั้งหมดด้วย ถือว่ามาตรฐานดีและมีความปลอดภัยสูงมากครับ

ต่อกันที่ห้องพักแบบ Family Room ห้องพักส่วนตัวที่สามารถพักได้ถึง 4 คน ห้องพักประเภทนี้จะมีแค่ห้องเดียวเท่านั้นและจะไม่มีห้องน้ำในตัว คนที่เข้าพักจะต้องไปใช้งานที่ห้องน้ำรวมนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะพาไปดูในส่วนของห้องน้ำรวมอีกทีนะ แต่บอกเลยว่าสะอาด กว้าง อุปกรณ์ครบ ใช้งานสบายๆ ครับ

ภายในห้องแบบ Family Room นั้นจะมีเตียงใหญ่ 1 เตียงที่สามารถนอนได้ 2 คน แล้วก็มีเตียง 2 ชั้นที่สามารถนอนได้อีก 2 คนครับ การตกแต่งโดยรวมถือว่าดีไม่แพ้ห้อง Private Room เมื่อกี้นี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้มาเยอะเหมือนกัน แล้วก็ในส่วนที่เป็นเตียง 2 ชั้นนั้นผมว่าเค้าออกแบบได้สวยดีนะ ขึ้นลงง่าย นอนสบาย แล้วก็มีพวกปลั๊กไฟหรือผ้าเช็ดตัวให้เรียบร้อยด้วย

ใครที่มาเป็นกลุ่ม 3-4 คน และอยากจะได้ความเป็นส่วนตัวระดับนึง แต่ไม่ซีเรียสเรื่องการต้องมีห้องน้ำในตัว ห้องนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีครับ

ต่อกันที่ห้องพักแบบ Bunk Bed ที่เป็นแบบนอนรวมครับ โดยห้องพักแบบนี้จะมีประเภทห้องแตกย่อยลงไปอีก เช่น 4 เตียง, 6 เตียง, 8 เตียง, มีห้องน้ำในตัวหรือไม่มี เป็นต้น โดยวันที่ผมไปนั้นผมได้มีโอกาสดูแค่ห้องพักแบบ 6 เตียง ที่ไม่มีห้องน้ำในตัวเพียงประเภทเดียวเท่านั้น ส่วนห้องพักประเภทอื่นๆ มีลูกค้าเข้าพักอยู่ผมก็เลยอดดูไป T_T

นี่เป็นภาพภายในของห้องแบบ Bulk Bed ที่นอนได้ 6 คนหรือ 6 เตียงครับ ผมว่าเค้าออกแบบมาได้ดีมากๆ นะ สวย สบายตา และแต่ละคนก็มีความเป็นส่วนตัวเลย โดยส่วนที่ผมชอบมากที่สุดก็คือที่เตียงของทุกเตียงเค้าจะมีการติดตั้งโทรทัศน์, หูฟัง, ปลั๊กไฟ, ไม้แขวนเสื้อ แล้วก็ชั้นวางของขนาดเล็กๆ มาให้หมดเลยครับ เห็นและประทับใจมาก มันเป็นการนอนรวมที่แต่ละเตียงมีความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวสุดๆ

นอกจากนี้เค้ายังมีการติดตั้งล็อคเกอร์ขนาดใหญ่ให้แต่ละคนใช้งานแยกกันด้วย ที่สำคัญสำหรับปัญหาเรื่องการนอนเตียง 2 ชั้นที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะชอบกันคือ คนนอนเตียงชั้นบนขึ้นลงยาก ส่วนคนนอนเตียงชั้นล่างก็จะรู้สึกรำคาญที่มีคนปีนขึ้นลงบ่อยๆ จะไม่เกิดขึ้นที่นี่เลยครับ เพราะที่ Printing House Poshtel นั้น เค้าออกแบบให้เราขึ้นลงเตียงชั้น 2 ด้วยการเดินขึ้นบันไดด้านข้าง โดยจะเป็นบันไดที่มีความเก๋และแข็งแรงสุดๆ สามารถเดินขึ้นลงง่าย แถมยังใช้งานเป็นตู้เก็บของได้ด้วยครับ

ใครที่เคยมีปัญหาหรือไม่ชอบการนอนเตียง 2 ชั้น ผมว่าถ้าคุณได้มีโอกาสมาพักที่นี่คุณจะเปลี่ยนความรู้สึกทันทีเลยครับ

แล้วก็ภายในห้อง Bulk Bed แบบ 6 คนนี้ เค้ายังมีตู้เย็นส่วนกลางและที่แขวนหมวกไว้ให้บริการด้วยนะครับ ใครอยากใช้ก็สามารถใช้ได้เลย นอกจากนี้ห้องทุกห้องที่เป็นแบบ Bulk Bed หรือนอนรวมนี้เค้าก็ยังคงใช้ระบบ Key Card เหมือนกับห้องที่เป็นห้องส่วนตัว 2 ประเภทแรก รวมถึงที่หน้าห้องทุกห้องเค้าก็จะมีชั้นวางรองเท้าวางให้ทุกห้องด้วยครับ ^^

ใครที่ดูภาพห้องพักแบบ Bulk Bed ที่มี 6 เตียงนี้แล้วเกิดความประทับใจ และอยากจะดูภาพของห้องประเภทอื่นที่มี 4 เตียง,  8 เตียง รวมถึงห้องที่มีห้องน้ำกับระเบียงในตัวด้วยก็ลองสอบถามหรือขอดูรูปเพิ่มเติมกับทางโรงแรมนะครับ เผื่อจะแมตซ์กับความต้องการและได้มีโอกาสไปใช้บริการ โดยห้องที่เป็น Bulk Bed หรือนอนรวมแบบนี้หากเราไปเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เราสามารถบอกทางที่พักได้นะครับว่าเราจะขออยู่ห้องเดียวกันทั้งหมด หรือเราอาจจะขอเค้าเหมาห้องเลยก็ได้ เพียงแต่ว่าหากคนเราไม่ถึงจำนวนเตียงที่ห้องนั้นสามารถรับได้ เราก็ต้องจ่ายเงินในส่วนของเตียงที่เหลือเพิ่มด้วยเท่านั้นเอง ใครสนใจก็ลองติดต่อกับทาง Printing House Poshtel ดูนะครับ เผื่อจะได้ที่พักใหม่ๆ ที่ราคาถูกและสามารถเข้าพักในห้องเดียวหลายๆ คนได้ครับ

ส่วนนี่จะเป็นภาพของห้องน้ำส่วนกลางที่ห้องที่ไม่มีห้องน้ำในตัวต้องมาใช้ร่วมกันครับ โดยเค้าจะมีห้องน้ำส่วนกลางแบบนี้ทุกชั้นเลยที่มีห้องพัก และจะมีการแยกเพศชัดเจนด้วย ภายในห้องน้ำถือว่ากว้าง, สะอาด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเลยทั้งอ่างล้างหน้า, ไดร์เป่าผม, ครีมอาบน้ำ, แชมพู, เครื่องทำน้ำอุ่น, กระจกขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีการแยกห้องอาบน้ำกับห้องสุขาออกจากกันด้วยครับ

นอกจากนี้หากใครที่ต้องการเข้าเฉพาะห้องสุขาอย่างเดียว หรือต้องการล้างหน้าแปรงฟันแล้วห้องน้ำในส่วนที่แยกเพศนั้นมีคนใช้บริการเยอะพอดี เค้าก็ยังมีห้องสุขากับบริเวณอ่างล้างหน้าที่หญิงชายสามารถใช้ร่วมกันได้อีกโซนนึงครับ ก็น่าจะทำให้คนที่รีบๆ หรือไม่ต้องการอาบน้ำสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นครับ

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางแล้วก็ของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ของ Printing House Poshtel ครับ ผมดูแล้วชอบหลายอย่างเลยทั้งโทนสี, ภาพที่ใช้, การวางเลย์เอาท์, การเลือกใช้วัสดุต่างๆ แล้วก็ในเรื่องของความปลอดภัยกับสิ่งอำนวยความสะดวกของคนที่มาเข้าพักเค้าก็ยังให้ความสำคัญด้วย โดยเค้าได้มีการติดตั้งที่ดับเพลิงรวมถึงมีห้องส่วนกลางเอาไว้ให้คนที่มาเข้าพักสามารถมาใช้บริการได้ฟรี โดยภายในห้องนี้ก็จะมีโซฟา, ทีวี แล้วก็หนังสือให้อ่านครับ ใครที่ได้มีโอกาสไปพักที่นี่ก็สามารถไปใช้บริการได้ครับ หรือใครจะใช้เวลาว่างๆ ไปนั่งกินอาหาร ชมวิวสวยๆ บน Rooftop แบบที่ผมกำลังจะพาทุกคนไปชมในส่วนถัดไปนี้ก็ได้ครับ

นี่เป็นส่วนห้องห้องอาหารที่เค้ามีให้บริการครับ โดยในส่วนห้องอาหารนี้เค้าจะมีทั้งหมด 3 ที่ ที่แรกคือบริเวณชั้น 1 ที่ผมให้ทุกคนดูรูปไปแล้วในตอนต้นๆ โดยที่จุดนั้นจะสามารถรองรับคนใช้บริการได้ประมาณ 20 คน ส่วนภาพด้านล่างนี้คือส่วนของห้องอาหารที่อยู่บริเวณชั้น 2 ของ Printing House Poshtel โดยห้องนี้จะสามารถรองรับคนได้ประมาณ 40-50 คน แล้วก็มีการตกแต่งต่างๆ ที่สวยงามเลยครับ โทนสีและการจัดไฟต่างๆ ของเค้าทำออกมาได้ดีเลย

แต่ถ้าใครไม่ชอบนั่งทานอาหารในห้องแอร์หรือในพื้นที่ปิดก็ต้องมาที่นี่เลยครับ ชั้น 5 และ 6 ของเค้า มันจะเป็นห้องอาหารและบาร์แบบ Outdoor ที่อยู่บริเวณดาดฟ้าครับ บรรยากาศโดยรวมจะเป็นแบบเปิดโล่งและเห็นวิวโดยรอบ โดยที่บริเวณชั้น 5 นั้นจะมีหลังคาเอาไว้บังแดดด้วย สามารถมานั่งได้ตั้งแต่ตอนเย็นๆ เลย แถมยังอยู่ใกล้กับบาร์เครื่องดื่มด้วยครับ

ส่วนนี่จะเป็นบรรยากาศบริเวณชั้น 6 ครับ อันนี้จะเป็น Rooftop หรือชั้นบนสุดและจะไม่มีหลังคาอะไรบังเลย ดังนั้นมันก็เลยเหมาะที่จะมาตอนพลบค่ำหรือช่วงที่พระอาทิตย์ใกล้ตกแล้วครับ เพราะหากมาเร็วกว่านั้นมันน่าจะร้อนไปหน่อย ><

วิวต่างๆ บริเวณชั้น 5 และ 6 นี้ถือว่าดีและสวยงามมากครับ เราสามารถมองเห็นภูเขาทองกับโลหะปราสาทได้อย่างชัดเจนเลย การได้นั่งดูวิวพร้อมกับการสั่งอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ มาทานกับคนรู้ใจที่มุมนี้ มันเป็นอะไรที่แจ่มและลงตัวมากๆ สวีท โรแมนติคได้ในราคาที่ไม่แพง แถมยังสามารถนั่งยาวๆ ได้ด้วย

และยิ่งใครที่เป็นสายชอบดื่มชอบฟังเพลงยิ่งน่าจะถูกใจครับ เพราะเค้าจะมีเครื่องดื่มให้เลือกทานหลายประเภทเลย รวมทั้งยังมี Happy Hour ลด 50% หรือ Buy 1 Get 1 ของเครื่องดื่มบางประเภทเรื่อยๆ ด้วย ส่วนดนตรีสดนั้นก็จะมีทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ ในช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มครับ ผมได้มีโอกาสฟังแล้วเพราะดีนะครับ แต่เพลงส่วนใหญ่เค้าจะเล่นเป็นเพลงสากลนะ ^^

นี่เป็นภาพบรรยากาศของบริเวณชั้น 5 และ 6 หลังจากที่พระอาทิตย์ตกไปแล้วครับ บอกเลยว่าวันไหนอากาศเย็นๆ ท้องฟ้าแจ่มๆ นี่หลายคนคงจะฟินสุดๆ เพราะขนาดวันที่ผมไปนั้นเป็นช่วงที่กรุงเทพมหานครกำลังเจอกับฝุ่น PM 2.5 ปริมาณมหาศาลอยู่ วิวที่เห็นก็ยังทำให้ผมประทับใจเลยครับ การได้นั่งชมวิวสวยๆ พร้อมฟังเพลงเพราะๆ กับคนรู้ใจนี่มันช่างเป็นอะไรเยี่ยมจริงๆ

อ้อ ที่บริเวณชั้น 5 นี้เค้าจะมีห้องน้ำให้บริการด้วยนะครับ ใครอยากใช้บริการก็เดินเข้าไปได้เลยไม่ต้องเดินขึ้นลงไปด้านล่างให้ยุ่งยาก แล้วก็จากบริเวณชั้น 5 ไปชั้น 6 นั้นเราจะต้องเดินผ่านบันไดวนเล็กๆ ขึ้นไปนะครับ ซึ่งจุดนี้เป็นอีกจุดนึงที่ผมว่าสวยดีนะ ใครไปตั้งแต่ตอนเย็นๆ ที่มีแสงพระอาทิตย์อยู่น่าจะถ่ายรูปสวยๆ ออกมาได้เยอะอยู่ครับ

เอาล่ะดูเรื่องที่พักกับบรรยากาศไปกันเยอะแล้ว และเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์อย่างผมที่สุด ผมก็ขอจะปิดท้ายด้วยเรื่องกินๆ นะครับ โดยประเภทอาหารที่ทาง Printing House Poshtel มีให้บริการนั้นผมอยากจะบอกว่ามันเยอะมากๆ ครับ เล่มเมนูเค้าหนามากจนผมไม่สามารถถ่ายมาให้ทุกคนดูได้หมดจริงๆ โดยเค้าจะมีอาหารจำหน่ายทั้งไทยและนานาชาติเลย ไม่ว่าจะเป็นสเต๊ก, เบอร์เกอร์, พิซซ่า, สปาเกตตี้, สลัด, ไก่ย่าง, ข้าวเหนียว, แกง, ลาบ, ของหวาน และอื่นๆ อีกมากมาย โดยอาหารส่วนใหญ่ของเค้าจะเป็นสไตล์ฟิวชั่นแล้วก็จะมีหน้าตาที่เรียกว่าสวยงามดูน่ากินเลยครับ

และนี่ก็คือรายการอาหารที่ผมกับต๋งได้ลองชิมในวันนั้น โดยราคาอาหารเหล่านี้จะยังไม่รวม Vat 7% แล้วก็ Service Charge 10% นะครับ

  1. เปปเปอร์โรนีพิซซ่า (Pepperoni Pizza) ราคา 179 บาท
  2. พิซซ่าแซลมอนรมควัน (Smoked Salmon Pizza) ราคา 300 บาท
  3. เบอร์เกอร์เนื้อ (Beef Burger) ราคา 290 บาท
  4. เบอร์เกอร์ปลา (Fish Burger) ราคา 290 บาท
  5. ข้าวผัดปลาร้าทรงเครื่อง (The Printing House Fried Rice) ราคา 120 บาท
  6. ลาบทูน่า (Laab Tuna) ราคา 250 บาท
  7. สปาเกตตี้ปลาสลิดกรอบ (Spaghetti Crispy Damsei) ราคา 185 บาท
  8. ปลาหมึกชุบแป้งทอดแบบอิตาเลียน เสิร์ฟพร้อมซอสทาร์ทาร์ (Calamari Fritti with Tartare Sauce) ราคา 180 บาท
  9. อกไก่พาเมนซานชีส (Chicken Parmesan) ราคา 190 บาท
  10. ไอศกรีมมะม่วงเปรี้ยวเสิร์ฟกับพริกเกลือ (Green Mango Icecream with Spicy Salt) ราคา 65 บาท
  11. ไอศกรีมฝรั่งเสิร์ฟกับพริกเกลือ (Guava Icecream with Spicy Salt) ราคา 65 บาท
  12. แพนเค้กกล้วยคาราเมล (Banana Caramel Pancake) ราคา 150 บาท
  13. โรตีถั่วราดคาราเมล เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม (Mixed Nuts Caramel Roti) ราคา 95 บาท
  14. Strawberry Rush Cocktail ราคา 180 บาท
  15. Fresh Sky Bar Mocktail ราคา 95 บาท
  16. The Printing House Kiss ราคา 220 บาท
  17. Caramel Beer ราคา 220 บาท

หน้าตาอาหารโดยรวมแต่ละจานนั้นดูดีเลยนะครับ เค้าจัดจานมาได้สวยงามดี แล้วก็ขนาดของแต่ละจานก็ใหญ่สมราคา ส่วนเรื่องรสชาตินั้นในความเห็นของผมกับต๋งเราคิดดังนี้ครับ

เปปเปอร์โรนีพิซซ่า” และ พิซซ่าแซลมอนรมควัน” เป็นพิซซ่าแบบแป้งบางกรอบที่รสชาติดีเลย โดยเฉพาะหน้าแซลมอนรมควัน หอมอร่อยดี ส่วนขนาดถาดนั้นน่าจะประมาณขนาดกลางของพิซซ่าแบรนด์ต่างๆ คือสามารถแบ่งได้เป็น 6 ชิ้นครับ

เบอร์เกอร์เนื้อ” และ เบอร์เกอร์ปลา” เป็นเบอร์เกอร์ที่ขนาดชิ้นใหญ่มาก มากจนผมเห็นครั้งแรกตกใจเลยว่าจะกินยังไงดี โดยเฉพาะเบอร์เกอร์เนื้อนั้นชิ้นใหญ่เกือบๆ คืบเลยครับ ใครที่ไม่ใช่คนกินเยอะจริงๆ สามารถแบ่งทาน 2-3 คนได้เลย ส่วนเรื่องรสชาตินั้นผมว่าสอบผ่านทั้งคู่นะครับ โดยเฉพาะเบอร์เกอร์เนื้ออันนี้อร่อยมาก เนื้อฉ่ำกำลังดี ส่วนขนมปังเค้านั้นก็หอมและนุ่มครับ

ข้าวผัดปลาร้าทรงเครื่อง” อันนี้เป็นเมนูอาหารไทยที่มีความฟิวชั่นได้น่าสนใจดีครับ รสชาติโดยรวมอร่อยถูกปากผม เพียงแต่ว่าหากกินเพียวๆ อย่างเดียวจนหมดจานผมว่ารสชาติมันจะเค็มเกินไปหน่อย ควรหาอาหารอย่างอื่นมาเบรกรสชาติในบางช่วงด้วยจะดีมากๆ

อีกหนึ่งเมนูอาหารไทยที่มีการฟิวชั่นได้ลงตัวและอร่อยดี ลาบทูน่า” จานนี้เป็นจานที่ผมชอบมากที่สุดในมื้อนี้เลยครับ อร่อยแซ่บมาก เนื้อทูน่าดี ส่วนรสชาติก็เป็นสไตล์ลาบแบบไทยๆ เมนูนี้ผมแนะนำให้สั่งเลยครับ และเป็นเมนูที่เหมาะจะกินคู่กับข้าวผัดปลาร้าทรงเครื่องจานเมื่อกี้มากๆ เพราะรสชาติมันจะไปตัดความเค็มของข้าวได้เป็นอย่างดีครับ

สปาเกตตี้ปลาสลิดกรอบ” รสชาติจะเผ็ดเล็กๆ นะครับ แล้วก็ในส่วนของปลาสลิดทอดกรอบนั้นอร่อยดี ถือเป็นสปาเกตตี้ที่มีการฟิวชั่นออกมาได้ดีจานนึงครับ

ปลาหมึกชุบแป้งทอดแบบอิตาเลียน เสิร์ฟพร้อมซอสทาร์ทาร์” แล้วก็ อกไก่พาเมนซานชีส” สองจานนี้ผมเฉยๆ นะครับ ทานแล้วไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรมาก เมนูอื่นๆ ที่ผ่านมากินแล้วประทับใจกว่าครับ

ไอศกรีมมะม่วงเปรี้ยวเสิร์ฟกับพริกเกลือ” และ ไอศกรีมฝรั่งเสิร์ฟกับพริกเกลือ” สองเมนูนี้เป็นสองเมนูของหวานที่ผมชอบมาก ทางร้านคิดและนำเสนอออกมาได้ดีมากๆ ครับ ด้วยการนำเอาไอศกรีมที่มีรสชาติผลไม้ไทยๆ มาเสิร์ฟคู่กับพริกเกลือซึ่งเป็นน้ำจิ้มที่พวกเราคนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน กินแล้วมันใช่ อร่อย และแตกต่างจากที่อื่นเลยครับ ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาที่นี่ควรลองเลย โดยทาง Printing House Poshtel เค้าบอกว่าไอศกรีมเหล่านี้เป็นไอศกรีมโฮมเมดนะครับ และยังมีอีกหลายรสที่น่าสนใจเลย เช่น ไอศกรีมมะขามที่เสิร์ฟคู่กับบ๊วย หรือไอศกรีมกระท้อนที่เสิร์ฟคู่กับน้ำปลาหวาน ใครที่เป็นสายไอศกรีมและชอบลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ควรสั่งเลยครับ

แพนเค้กกล้วยคาราเมล” และ โรตีถั่วราดคาราเมล เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม” ของหวาน 2 จานนี้ก็อร่อยเหมือนกันครับ รสชาติดีทั้งคู่ โดยแพนเค้กกล้วยคาราเมลนั้นจะมีจุดเด่นตรงที่ปริมาณเยอะมาก แพนเค้ก นุ่มอร่อย แล้วก็กล้วยที่ถูกราดด้วยคาราเมลนั้นหอมอร่อยดี ส่วนโรตีถั่วคาราเมลนั้นอันนี้จะมีความฟิวชั่นกันเล็กๆ ระหว่างโรตีกับไอศกรีมวานิลลา ซึ่งเมื่อลองชิมแล้วก็ต้องบอกว่ามันเข้ากันได้อย่างลงตัวเลยครับ

ส่วนบรรดาเครื่องดื่มต่างๆ อีก 4-5 แก้วนั้น อันนี้ผมได้ชิมอย่างละนิดละหน่อยครับ ซึ่งโดยรวมๆ แล้วถือว่ารสชาติดีหมดเลย เพียงแต่แต่ละอันก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันไปคนละอย่างคนละสไตล์ ใครที่สนใจเมนูไหนเป็นพิเศษก็ลองถามพนักงานเค้าดูได้นะครับว่ารสชาติมันเป็นยังไงหรือมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง หรือจะให้เค้าแนะนำเมนูอื่นๆ เพิ่มเติมก็ได้ เค้ามีเมนูเครื่องดื่มให้บริการอีกเพียบเลยครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์ที่ผมกับต๋งได้มีโอกาสไปสัมผัสและทำความรู้จักกับ The Printing House Poshtel Bangkok (เดอะ พรินติ้ง เฮาส์ พอชเทล แบงค็อก) ถนนดินสอ ในวันที่ 18 มกราคม 2563 ครับ ซึ่งโดยปกติแล้วในตอนท้ายๆ ของรีวิวหรือบทความผมมักจะเขียนสรุปแยกเป็นหัวข้อให้ทุกคนอ่านเข้าใจง่ายๆ เป็นการปิดท้าย แต่ด้วยความที่สถานที่นี้มันมีการรวมกันหลายอย่างทั้งที่พักและร้านอาหาร และที่พักก็มีห้องหลายแบบ ดังนั้นเพื่อให้มันเข้าใจง่ายๆ ผมก็เลยจะทำการสรุปเป็นหัวข้อแบบใหม่ที่ไม่เหมือนกับบทความก่อนหน้านี้ของผมนะครับ ทุกคนจะได้เห็นภาพง่ายขึ้นครับ

ด้านที่พัก : โดยส่วนตัวแล้วผมว่าที่พักของ The Printing House Poshtel Bangkok นั้นอยู่ในทำเลที่ดีมากนะครับ ใครที่กำลังมองหาที่พักในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์อยู่ และมีงบประมาณต่อคืนไม่มาก สามารถนอนรวม, ใช้ห้องน้ำรวมได้ และไม่ต้องการพื้นที่สำหรับจอดรถ ที่พักของที่นี่ตอบโจทย์เลยครับ ราคาย่อมเยา ใกล้สถานที่เที่ยวและร้านอาหาร Street Food อร่อยๆ มากมาย เลย์เอาท์ก็ห้องดูดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ห้องสะอาด มีห้องพักให้เลือกทั้งแบบนอนรวมและห้องส่วนตัว นอกจากนี้ก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางรวมถึง Rooftop สวยๆ ให้นั่งชิล ชมวิวของภูเขาทองและโลหะปราสาทฟรีๆ ด้วย โดยรวมๆ แล้วสายลุย สายเที่ยวแบบแบกเป้น่าจะชอบแน่ๆ แต่ถ้าใครที่เป็นคนที่ซีเรียสเรื่องของที่จอดรถมากๆ หรืออยากได้การบริการแบบโรงแรม 4-5 ดาว ที่นี่จะยังไม่ตอบโจทย์นะครับ

ด้านอาหาร : ห้องอาหารของที่นี่มีหลากหลายจุดมากและให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป ใครชอบ indoor, outdoor มีให้เลือกหมด นอกจากนี้เค้ายังมีเมนูอาหารกับเครื่องดื่มให้เลือกเยอะมาก โดยเมนูส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์ฟิวชั่นที่มีเอกลักษณ์และดูแตกต่างจากที่อื่นๆ รวมทั้งอาหารส่วนใหญ่ของเค้านั้นก็จะเป็นการลงมือทำเองโดยเชฟหรือรูปแบบโฮมเมดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการนวดแป้งต่างๆ, การทำไอศกรีม, การเลือกวัตถุดิบที่ดี และการไม่ใส่ผงชูรสหรือส่วนผสมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ส่วนราคาอาหารนั้นก็เริ่มเพียงจานละ 80 บาทเท่านั้น ซึ่งจากที่ผมได้ลองชิมอาหารของเค้ามาประมาณ 10 รายการผมว่ารสชาติอาหารของเค้าดี สมราคาครับ

ก็เอาเป็นว่าสำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักหรือร้านอาหารบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะบริเวณถนนดินสอ แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, เสาชิงช้า, วัดสุทัศน์, มนต์นมสด หรือศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ก็ลองพิจารณาที่นี่เป็นตัวเลือกนะครับ ผมว่ามันมีความน่าสนใจหลายอย่างเลย โดยเฉพาะคนที่ต้องการที่พักราคาถูก ใกล้ที่ท่องเที่ยวบริเวณนั้น หรือคนที่กำลังมองหาร้านอาหารอร่อยๆ ติดแอร์เย็นฉ่ำ มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไว้ผ่อนคลายหลังจากเดินเล่นร้อนๆ รวมไปถึงคนที่ต้องการนั่งชิล ชมวิวสวยๆ บริเวณ Rooftop อยากจะนั่งมองโลหะปราสาทกับภูเขาทองยามเย็น โดยมีดนตรีสดคอยบรรเลงพร้อมกับเมนูเครื่องดื่มหลากหลายให้กินเรื่อยๆ ในราคาที่ย่อมเยาสบายกระเป๋ากว่าโรงแรมหรูๆ ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก และเป็นเพชรเม็ดงามที่แอบซ่อนอยู่ในถนนนี้โดยที่หลายๆ คนไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับ

ใครที่ต้องการสอบถามข้อมูลของที่นี่เพิ่มเติมหรือต้องการทำการสำรองที่พักต่างๆ ก็สามารถติดต่อหรือจองได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลยครับ ส่วนถ้าใครต้องการติดตามบทความเรื่องการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามแฟนเพจ ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลย แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ

Facebook : The Printing House Poshtel

Tel : 02-2262003

จองที่พัก The Printing House Poshtel Bangkok ราคาพิเศษกับ Agoda คลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือความรู้สึกที่แตกต่างจากนี้ได้