ตั้งแต่ที่ผมสามารถขออนุมัติงบประมาณจากคุณภรรยาที่เคารพรักเพื่อมาซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ในช่วง 2-3 เดือนก่อนได้สำเร็จ ชีวิตโดยรวมๆ ของผมก็ดีขึ้นมากมาย เพราะจากโทรศัพท์เครื่องเดิมที่ง่อยเปลี้ยเพลียจิต ลง App อะไรแทบไม่ได้ ถ่ายรูปออกมาก็อนาถสุดๆ กลับกลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีลูกเล่นแพรวพราวสุดสยิว ถ่ายรูปอย่างเทพ ถ่ายวีดีโอก็สามารถได้ แถมเอาไปทำ Fb live ก็ดี ><
แต่ทีนี้พอผมได้ลองใช้เจ้าโทรศัพท์ใหม่เครื่องนั้นมาถ่ายวีดีโอกับ FB live 2-3 ทีก็เริ่มเกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาแทน นั่นก็คือเรื่องของคุณภาพเสียงที่อัดได้มันยังไม่ค่อยดี!! แต่ไอ้ครั้นจะไปยื่นของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเอาไปซื้อไมค์อีกก็เห็นจะเป็นการเสี่ยงเกินไป ผมก็เลยพยายามดิ้นรนหายืมอุปกรณ์ต่างๆ จากคนรู้จักเพื่อมาใช้แก้ขัดไปพลางๆ ก่อน จนมันทำให้ผมได้มาเจอกับ Saramonic Thailand และคุยไปคุยมาอีท่าไหนไม่รู้จนกลายเป็นว่าทางนั้นได้ให้โอกาสผมยืมอุปกรณ์ 2-3 ชิ้นมาทดสอบคุณภาพในด้านต่างๆ จนหนำใจไปเลยครับ @_@
สำหรับอุปกรณ์ตัวแรกที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ “Saramonic SmartMic” ไมค์ขนาดเล็กมากกกก ที่สามารถเสียบเข้ากับมือถือ iOS และ Android ได้อย่างไม่ยากเย็นและไม่ได้ทำให้เรารู้สึกหนักอะไรเลยครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ

ตัว Package ของเจ้าไมค์นี้ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก ด้านหน้าเป็นพลาสติกใสเพื่อโชว์ให้เห็นของข้างในพร้อมทั้งข้อความที่เขียนบอกว่าสามารถใช้กับ iPhone, iPad, iPod ได้……..ซึ่งจริงๆ แล้วมันสามารถใช้กับมือถือ Android ได้หมดนะครับ แต่เค้าไม่ได้เขียนบอกไว้ เพียงแต่ว่ามือถือเครื่องนั้นจะต้องมีรูเสียบหูฟังขนาด 3.5mm อยู่ ซึ่งมันก็เลยทำให้มือถือบางรุ่นอย่างเช่น iPhone7, iPhone7 Plus จะไม่สามารถใช้ได้นะครับ T_T
ด้านหลังของ Package นั้นจะเป็นการบอก Spec และจุดเด่นคร่าวๆ ว่าขนาดแจ๊คของมันคือ 3.5mm น้ำหนักตัวก็เบาแสนเบาเพียงแค่ 21 กรัมเท่านั้น โดยตัวมันเนี่ยจะช่วยรับสัญญาณเสียงต่างๆ ที่เราต้องการได้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งช่วยตัดเสียงรบกวนที่เราไม่ต้องการได้ดีกว่าไมค์ที่ติดมากับมือถือ แต่เดี๋ยวเราค่อยไปดูกันอีกทีว่าสิ่งที่เค้าเขียนมานั้นจริงหรือเปล่า
สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องของเจ้า Saramonic SmartMic นั้นจะมีแค่ 3 ชิ้น ได้แก่ ไมค์, ฟองน้ำหุ้มไมค์ แล้วก็ใบรับประกัน โดยตัวไมค์นี่ดีมากเพราะสามารถงอไปมาได้ 180 องศา รวมทั้งเมื่อเสียบเข้ากับโทรศัพท์แล้ว เราจะสามารถหมุนไมค์ไปมาในแนวระนาบได้ครบ 360 องศาเลย ซึ่งตรงนี้มันสะดวกในการใช้งานมากๆ โดยเฉพาะกรณีที่เราต้องการ Fix มุมกล้องให้อยู่ที่เดิม แต่แหล่งกำเนิดเสียงมีการเปลี่ยนมุมไปมาครับ


หลังจากที่ผมได้ลองใช้เจ้าไมค์ตัวนี้มาประมาณ 1 เดือน ทั้งการทำ Fb live, การถ่ายวีดีโอทั่วๆ ไป รวมถึงการอัดเสียงต่างๆ มันก็ทำให้ผมประทับใจในหลายๆ จุด โดยเฉพาะตอนที่ผม Fb live ในงานลอยกระทงที่สุโขทัยที่มีคนอยู่รอบข้างเป็นจำนวนมาก เสียงที่ผมพูดออกมานั้นคนที่ฟัง FB live ก็ยังได้ยินชัดเจน ไม่โดนเสียงจากบริเวณรอบข้างกลบไปหมด ส่วนในสถานการณ์ปกติทั่วๆ ไปจากที่ผมเคยทดสอบดูก็พบว่าระหว่างที่เสียบไมค์เข้ากับโทรศัพท์กับไม่เสียบไมค์ ความดังของเสียงที่ได้ยินจะแตกต่างกันประมาณ 30-40% ครับ
สำหรับคนที่อยากลองฟังเสียงจาก Saramonic SmartMic ตามการใช้งานของผม ก็ลองกดดูได้ที่คลิปด้านล่างนี้ได้เลยครับ โดย 2 คลิปแรก จะเป็นการที่ผมใช้เจ้าไมค์นี้อัดเสียงทับลงไปในวีดีโอ ส่วนคลิปที่ 3 จะเป็นการใช้งานอัดเสียงจริงในบ้านของผมที่มีระยะห่างจากตัวผมถึงไมค์ประมาณ 1.2 เมตรครับ
ทั้งนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ผมขอสรุปจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าตัวนี้ ตามความคิดของผมดังนี้นะครับ
จุดเด่น
-
ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบามาก
-
พกพาสะดวก
-
ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีแบต หรือสายอะไรระโยงระยางให้เกะกะ
-
ใช้ได้ทั้ง iOS และ Andriod แต่จะต้องเป็นมือถือที่มีรูเสียบหูฟังขนาด 3.5mm
-
ขาไมค์สามารถบิดหมุนไปได้รอบทิศทาง ทำให้ใช้งานสะดวกมากในหลายๆ สถานการณ์
-
ช่วยรับสัญญาณเสียงได้ดีขึ้นราวๆ 30-40%
-
ราคาถูก
จุดด้อย
-
คุณภาพเสียง ยังไม่ดีเท่ากับไมค์ติดปกเสื้อและไมค์ Shotgun ขนาดใหญ่ ทั้งในเรื่องของความดังและความใสของเสียง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติตามลักษณะ, ขนาดไมค์ แล้วก็ราคาแหละครับ
บทสรุป : ด้วยขนาดของไมค์ที่เล็กมาก ทำให้เราสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกสุดๆ การใช้งานก็ง่ายไม่จำเป็นต้องมีความรู้อะไรก็สามารถใช้เป็นได้แทบจะทันที ส่วนในเรื่องของคุณภาพเสียงแม้จะไม่ดีเลิศสุด Perfect แต่ก็สามารถรับรู้ถึงความแตกต่างได้ว่าคุณภาพเสียงดีขึ้นกว่าการใช้ไมค์โทรศัพท์เพียวๆ และสุดท้ายด้วยราคาต่อชิ้นประมาณ 1,000 บาท ผมถือว่าเจ้า Saramonic SmartMic นั้นเป็นไมค์อีกอันนึงที่คนชอบ FB live ในสถานการณ์ต่างๆ ควรจะมีติดตัวไว้ครับ แต่ถ้าหากคุณเป็นพวกที่เน้นคุณภาพจริงจัง อยากจะได้เสียงใสกิ๊งๆ เสียงดังฟังชัดๆ เอาไปทำงานอะไรที่ซีเรียส ก็คงจะต้องขยับงบไปอีกพอประมาณเพื่อไปหาอุปกรณ์รุ่นอื่นที่ดีกว่านี้ครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วสามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ ได้เลยครับ
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้จากทาง Saramonic Thailand ด้วยนะครับ และสำหรับท่านที่สนใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ในการถ่ายวีดีโอ, ไมโครโฟน, Gadget ต่างๆ ของ Smartphone / Go Pro โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเสียง หรืออยากจะได้ข้อมูลของร้านนี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูข้อมูลตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป