สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงแรมหรือที่พักโซนเขาใหญ่อยู่ ลองพิจารณาที่นี่ดูนะครับ “The Peri Hotel Khao Yai” (เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่) ผมพึ่งได้มีโอกาสไปพักมาและรู้สึกประทับใจหลายอย่างเลย โดยเฉพาะเรื่องของการบริการและห้องอาหารครับ ใครที่สนใจก็ลองอ่านรายละเอียดกันดูนะ รีวิวนี้ผมอัดแน่นจัดเต็มตามสไตล์ผมเหมือนเดิมครับ อ่านกันยาวๆ เลย ^^

ภาพรวมและจุดเด่น

  • ทำเลดี อยู่ใกล้สถานที่เที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง และใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียง 15 นาทีเท่านั้น
  • การบริการของพนักงานดีมาก ส่วนตัวผมรู้สึกประทับใจในจุดนี้มากที่สุดเลยครับ
  • มีห้องพักให้เลือกมากถึง 7 ประเภท สามารถตอบโจทย์คนที่เข้าพักได้หลากหลายกลุ่ม
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ ทั้งภายในห้องและนอกห้อง รวมถึงมีจักรยานให้ยืมขี่เล่นด้วย
  • มีห้องอาหาร “ชาวบ้าน” ที่มีจุดขายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นของแต่ละวันที่ทางห้องอาหารจะเปิดให้บริการเฉพาะโซน Outdoor เท่านั้น ซึ่งผมอยากจะบอกว่าบรรยากาศในส่วนนี้มันดีมากๆ ครับ และห้องอาหารแห่งนี้เค้าเปิดบริการสำหรับคนทั่วๆ ด้วยนะ ไม่จำเป็นต้องเป็นแขกที่เข้าพักก็สามารถใช้บริการได้ครับ
  • สำหรับคนที่เข้าพักห้องประเภท Studio Suite with Heated Plunge Pool ขึ้นไป (Type ที่มีสระส่วนตัวในห้อง) จะสามารถขอให้ทางโรงแรมเสิร์ฟ Floating Afternoon Tea ที่ห้องได้ และผมว่ามันเป็นอะไรที่เก๋มาก รวมทั้งยังไม่ค่อยเห็นที่ไหนทำซักเท่าไหร่ด้วยครับ
  • ไลน์อาหารเช้ามีเมนูหลากหลาย และคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
  • มีจุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
  • มีห้องสัมมนาและ Meeting Room

ข้อพึงระวัง

  • ขนาดของห้องพักบาง Type จะไม่ได้กว้างมากครับ (ห้อง Superior จะมีขนาด 26 ตร.ม.) ดังนั้นใครที่ชอบห้องพักขนาดกว้างๆ มีพื้นที่เยอะๆ อาจจะไม่ถูกใจซักเท่าไหร่
  • ระบบประตูห้องพักของที่นี่ยังใช้รูปแบบการเปิดและล็อคด้วยกุญแจอยู่ ซึ่งอาจจะไม่สะดวกสำหรับหลายๆ คน
  • ไม่มีสปา

เช็คราคาและจองที่พัก The Peri Hotel Khao Yai กับ Agoda คลิกที่นี่

เอาล่ะ รู้จักภาพรวมของ The Peri Hotel Khao Yai กันไปแล้ว คราวนี้เราไปลงรายละเอียดกันในแต่ละประเด็นดีกว่าครับ

ที่ตั้งและการเดินทาง

สำหรับการเดินทางไปยัง The Peri Hotel Khao Yai นั้นก็ไม่ยากเลยครับ ตาม Google Map ด้านล่างนี้ไปได้สบายๆ เลย โรงแรมอยู่ติดกับถนนหลัก สามารถสังเกตเห็นป้ายชื่อได้ชัดเจนมากครับ

Google Map  : https://g.page/The-Peri-Hotel-Khao-Yai?share

และเมื่อเราเลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรม เราจะเจอกับลานจอดรถ Outdoor แบบนี้ครับ สามารถจอดรถได้หลายสิบคันเลย หรือหากที่จอดบริเวณนี้ไม่พอ ทางโรงแรมก็ยังมีที่จอดรถบริเวณอื่นไว้บริการอีกนะครับ

โดยที่ลานจอดรถ Outdoor แห่งนี้ เค้าจะมีจุดบริการชาร์จไฟของรถที่ใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยนะ แต่ว่าในส่วนนี้จะต้องเป็นคนที่เป็นสมาชิกของ EA Anywhere เท่านั้นถึงจะสามารถใช้บริการได้นะครับ

Lobby และรูปแบบของโรงแรม

ถัดมาจากลานจอดรถ เราก็จะเจอกับ Lobby ของโรงแรมที่เป็น Open Air แบบนี้ครับ โดยในจุดนี้ผมประทับใจในการออกแบบและเลือกใช้สีสันของเค้ามาก มันดูสดใสดี และในหลายๆ ช่วงเวลาของวันแสงที่สาดเข้ามาที่บริเวณนี้มันจะดูนุ่มสวย เหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ อย่างในวันนี้ผมก็ได้รูปสวยๆ ของภรรยาผมกลับมาเยอะเลยครับ ^^

อ้อ แล้วก็ในช่วงที่การแพร่ระบาดของ Covid-19 ยังมีอยู่เรื่อยๆ แบบนี้ ทาง The Peri Hotel Khao Yai เค้าก็จะมีเอกสารที่เราจะต้องประเมินและกรอกก่อนที่จะเข้าพักด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้สร้างความมั่นใจและปลอดภัยระหว่างที่เข้าพัก โดยทาง The Peri Hotel Khao Yai นั้นเป็นโรงแรมที่ได้รับรองมาตรฐาน SHA Plus ด้วยครับ

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศโดยรอบของโรงแรมครับ ลักษณะตึกที่พักของที่นี่จะไม่สูงมากนัก มีความสูงแค่ 4 ชั้นเท่านั้น และในส่วนของที่พักที่เป็นรูปแบบวิลล่านั้นจะเป็นแบบชั้นเดียวและแยกออกไปอยู่อีกโซนนึงครับ

ส่วนพวกบรรยากาศโดยรอบโรงแรมนั้นดูร่มรื่นดีครับ สามารถมองเห็นภูเขาและวิวทิวทัศน์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตา โดยที่ด้านหลังของ The Peri Hotel Khao Yai นั้นก็จะมีภูเขาอยู่ใกล้ๆ ด้วยครับ เห็นแล้วสวยงามและรู้สึกสดชื่นมาก

ส่วนนี่เป็นสระที่อยู่บริเวณกลางโรงแรมครับ ผมว่าส่วนนี้เค้าออกแบบมาสวยดีนะ สามารถถ่ายรูปได้สวยเลย และเห็นว่าในช่วงกลางคืนเค้าจะมีการเอาเบาะมาวางไว้ตรงกลางเพื่อให้คนมานั่งเล่นกันได้ด้วย แต่เสียดายที่ผมลืมเดินไปดูก็เลยอดเก็บภาพมาฝากกันครับ

ประเภทห้องพัก

สำหรับประเภทห้องพักของ The Peri Hotel Khao Yai นั้นจะมีทั้งหมดตามนี้เลยครับ

  • Superior Garden View ขนาด 26 ตร.ม.
  • Corner King Garden View ขนาด 30 ตร.ม.
  • Deluxe Mountain View ขนาด 26 ตร.ม.
  • Deluxe Corner Mountain View ขนาด 30 ตร.ม.
  • Studio Suite with Heated Plunge Pool ขนาด 46 ตร.ม.
  • One Bedroom Suite with Heated Plunge Pool ขนาด 55 ตร.ม.
  • Three Bedrooms Suite with Heated Plunge Pool ขนาด 260 ตร.ม.

โดยในรีวิวนี้ผมจะพาทุกคนไปดูภายในห้องพัก 2 Type นะครับ ได้แก่ Deluxe Corner Mountain View และ Studio Suite with Heated Plunge Pool ส่วนห้องพักประเภทอื่นๆ ทุกคนสามารถกดที่นี่เพื่อไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เวบไซต์ของโรงแรมได้เลยครับ

ส่วนนี่เป็นรูปแบบกุญแจห้องพักของที่นี่ครับ จะเป็นกุญแจธรรมดาและต้องใช้ทั้งเปิดและล็อคห้องของเราเลย ใครที่ไม่ได้ใช้กุญแจแบบนี้นานอาจจะมีงงๆ นิดนึง เพราะมันต้องหมุน 2 รอบครับ

ห้องประเภท Deluxe Corner Mountain View

สำหรับห้องประเภทนี้จะเป็นห้องที่ผมได้มีโอกาสเข้าพักนะครับ ขนาดของห้องจะอยู่ที่ 30 ตร.ม. และจะมีระเบียงขนาดเล็กที่สามารถออกไปนั่งเล่นได้ โดยมีวิวภูเขาและทิวทัศน์สีเขียวขจีเป็นวิวสวยๆ ให้เราดูครับ

ภาพรวมในห้องจะเป็นแบบนี้นะครับ สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ TV, ตู้เย็น, อินเตอร์เนท, น้ำดื่ม และชากาแฟ โดยในส่วนของน้ำดื่มที่เราสามารถทานได้ฟรีนั้นจะเป็นแบบขวดแก้ว มีทั้งหมด 2 ขวดครับ ส่วนสแนคและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ที่อยู่ในตู้เย็นนั้นจะมีค่าใช้จ่ายนะ

ตู้เย็นจะอยู่ในตู้ใต้ทีวีนะครับ ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีเครื่องดื่มพิเศษอื่นๆ ใส่ไว้ให้เลือกหลายอย่างเหมือนกัน โดยของพวกนี้หากใครหยิบทานเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะ

มาดูที่ตู้เสื้อผ้ากันบ้างครับ ขนาดตู้มาตรฐานและภายในจะเป็นแบบนี้ครับ มีเสื้อคลุมอาบน้ำ, ไม้แขวนเสื้อ, ร่มกันแดด, ไฟฉาย, ตู้เซฟ และไดร์เป่าผมให้ครบๆ เลย

ส่วนที่ชั้นข้างประตูทางเข้าก็จะมีขนมกรุบกริบ, กาต้มน้ำ, กระเป๋าสานใบโตๆ เก๋ๆ แล้วก็รองเท้าแตะ 2 คู่ครับ ส่วนตัวผมรู้สึกว่ากระเป๋าสานนี้เก๋ดีนะ เอาไปใช้งานระหว่างไปสระว่ายน้ำ หรือเป็นพร็อพถ่ายรูปได้เลยครับ

ส่วนนี่เป็นระเบียงครับ ขนาดไม่กว้างมาก แต่ก็สามารถนั่งจิบชากาแฟดูวิว นั่งเมาท์มอยกันได้สบายๆ

ส่วนห้องน้ำจะเป็นแบบนี้นะครับ ถือว่ามีความกว้างพอควรเมื่อเทียบกับขนาดห้องโดยรวม มีการแยกส่วนเปียกและแห้งชัดเจน, ชักโครกมีสายฉีดชำระ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็มีครบครัน เราเอาไปแค่แปรงสีฟันและยาสีฟันจบเลย ส่วนที่เหลืออื่นๆ ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้หมดแล้วครับ

ในส่วนของบริเวณที่ใช้อาบน้ำ จะมีทั้งฝักบัวและ Rain shower แบบนี้นะครับ อีกทั้งเค้ายังมีอ่างอาบน้ำให้ด้วยนะ

โดยรวมสำหรับผมแล้ว ผมว่าห้องนี้ให้ทุกอย่างในการเข้าพักระยะสั้นๆ 1-3 คืนได้ครบๆ เลยครับ

ห้องประเภท Studio Suite with Heated Plunge Pool

สำหรับห้องพักประเภทนี้จะเป็นห้องพักที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากห้องที่ผมพักพอควรเลยครับ โดยขนาดพื้นที่ของห้องนี้จะอยู่ที่ 46 ตร.ม. เดินเข้าไปแว้บแรกจะสัมผัสได้เลยว่าห้องกว้างกว่ามากๆ นอกจากนี้ยังมีสระส่วนตัวภายนอกห้องที่สามารถปรับอุณหภูมิได้อีกด้วย

อันนี้เป็นภาพรวมภายในห้องครับ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน และขนาดของห้องน้ำก็ใหญ่ขึ้นตามขนาดห้องด้วย

และนี่เป็นวิวที่เราสามารถมองเห็นได้จากห้องนี้ครับ ถือว่าวิวสวยเลยครับ

ส่วนนี่คือสระส่วนตัวครับ โดยสระนี้จะอยู่นอกห้องและมีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็สามารถลงไปแช่พร้อมกัน 2 คนได้สบายๆ อีกทั้งยังได้ความเป็นส่วนตัวด้วย นอกจากนี้สำหรับคนที่เข้าพักห้องประเภทที่มีสระส่วนตัวทุกแบบ จะสามารถให้ทางพนักงานโรงแรมนำเอาชุด Afternoon Tea มาเสิร์ฟถึงห้องได้ด้วย หรือจะให้เค้าทำเป็น Floating Afternoon Tea แบบนี้ก็ได้ครับ เก๋และไม่ค่อยเห็นที่ไหนทำมาก่อนเลย

ราคาชุด Afternoon Tea ของเค้าจะเริ่มต้นที่ 450 บาท++ ต่อเซ็ตนะครับ โดยกรณีที่เราเข้าพักห้องที่มีสระส่วนตัวแบบนี้ ทาง The Peri Hotel Khao Yai จะสามารถนำมาเสิร์ฟให้ถึงห้องหรือทำเป็น Floating ให้ได้แบบนี้เลยครับ ส่วนถ้าใครพักห้อง Type ที่ไม่มีสระส่วนตัวแต่อยากจะทานบ้าง ก็สามารถไปทาน Afternoon Tea รูปแบบปกติที่ห้องอาหาร “ชาวบ้าน” ได้ ในราคาเดียวกันครับ

โดยรวมแล้วผมว่าห้องนี้ตอบโจทย์คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการห้องที่มีพื้นที่ระดับหนึ่งได้ดีเลยครับ สามารถพักยาวๆ 4-5 วันได้เลย ส่วนถ้าใครต้องการพื้นที่มากขึ้น หรือไปเป็นกลุ่มใหญ่และอยากจะเฮฮาปาร์ตี้ด้วยกัน ทาง The Peri Hotel Khao Yai เค้าก็มีห้อง One Bedroom Suite with Heated Plunge Pool ขนาด 55 ตร.ม. และห้อง Three Bedrooms Suite with Heated Plunge Pool ขนาด 260 ตร.ม. ไว้ให้เลือกด้วยนะครับ

Facilities และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง

สำหรับในหัวข้อนี้ผมจะขอคัดเอาแต่ไฮไลท์มาเล่าดังนี้นะครับ

สระว่ายน้ำ

เริ่มกันที่สระว่ายน้ำก่อนเลย เพราะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ส่วนตัวผมคิดว่าการออกแบบสระว่ายน้ำของที่นี่ดูดีนะ รูปร่างดูสวยงามแปลกตา แล้วก็บริเวณรอบๆ ยังมีเก้าอี้ให้นั่งเล่นนักพักผ่อนหลายรูปแบบด้วยครับ

นอกจากนี้สระว่ายน้ำแห่งนี้ก็ยังอยู่ใกล้ๆ กับสระน้ำขนาดใหญ่ภายในโรงแรมด้วย ดังนั้นในช่วงเช้าๆ หรือเย็นๆ ที่บริเวณสระว่ายน้ำแห่งนี้จึงเป็นจุดที่น่าสนใจที่เราควรจะมานั่งเล่นหรือใช้บริการมากครับ

ฟิตเนส

ขนาดฟิตเนสของ The Peri Hotel Khao Yai นั้นจะอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางใหญ่นะครับ มีอุปกรณ์ออกกำลังกายให้เลือกเล่นหลายประเภท รวมไปถึงกระสอบทรายด้วย นอกจากนี้เค้ายังมีน้ำดื่มไว้คอยบริการด้วยครับ โดยรวมถือว่าโอเคเลย และสายออกกำลังกายน่าจะถูกใจเลยล่ะครับ

Kids Zone

สำหรับพื้นที่บริเวณนี้จะไม่ใหญ่มากนะครับ และจะตั้งเป็นแบบ Outdoor อยู่ข้างๆ กับสระว่ายน้ำเลย โดยภาพรวมตรงจุดนี้อาจจะไม่ใช่จุดแข็งของที่นี่ แต่ก็มีไว้บริการ และน่าจะทำให้หลายๆ ครอบครัวสนุกสนานได้ครับ

จักรยาน

ภายใน The Peri Hotel Khao Yai เค้าจะมีจักรยานให้เรายืมใช้บริการแบบนี้ด้วยนะครับ มีหลายคันและสภาพใหม่เลย ใครที่พอมีเวลาและอยากจะปั่นจักรยานชมวิว พร้อมทั้งสูดบรรยากาศบริสุทธิ์ของเขาใหญ่ไปด้วยก็สามารถยืมไปใช้ได้ครับ แต่ยังไงก็ปั่นระวังๆ หน่อยนะ

ห้องอาหาร “ชาวบ้าน (Chow Barn)

สำหรับผมนี่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของโรงแรม The Peri Hotel Khao Yai เลยครับ และต่อให้คุณไม่ใช่แขกที่เข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้นะ โดยภาพรวมของห้องอาหาร “ชาวบ้าน” แห่งนี้ จะเป็นห้องอาหารที่ใช้ทั้งเสิร์ฟ Welcome Drink, Afternoon Tea, ขนม, เครื่องดื่ม, อาหารกลางวัน และอาหารเย็นครับ เรียกว่าครบๆ ไปเลย มาที่นี่ที่เดียวสามารถหาอะไรทานได้ตั้งแต่เที่ยงยันเย็นเลยครับ

สำหรับหน้าตาของห้องอาหารชาวบ้านนั้นดูเผินๆ มันจะเหมือนกับโรงนาของฝรั่งหรือที่เรียกว่า Barn House ครับ โดยที่ตั้งของห้องอาหารแห่งนี้จะอยู่ติดกับถนนเลย เรียกว่าอยู่ติดถนนและเห็นชัดมากกว่าตัวโรงแรม The Peri Hotel Khao Yai อีกครับ เห็นเด่นชัดมากๆ นอกจากนี้เค้ายังมีที่จอดรถแยกเป็นของตัวเองด้วย ดังนั้นห้องอาหารแห่งนี้ก็เลยสามารถรับลูกค้าทั้งภายในและภายนอกโรงแรมได้พร้อมกันแบบสบายๆ เลยครับ

ภายในพื้นที่ของห้องอาหารชาวบ้านนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน Indoor และส่วน Outdoor ครับ โดยในส่วนของ Indoor นั้นจะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่ 11.00 น. -17.00 น. และส่วนของ Outdoor นั้นจะเปิดตั้งแต่ 11.00 น. – 22.00 น. ครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วส่วนใหญ่ตอนกลางวันพวกเราก็คงจะนั่งเฉพาะในส่วนของ Indoor เนอะ เพราะหากไม่ใช่วันที่อากาศดีจริงๆ การไปนั่งในส่วน Outdoor ตอนกลางวันนี่น่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายพอควรครับ @[email protected]

นี่เป็นหน้าตาของส่วน Indoor ครับ การตกแต่งต่างๆ ดูสวยงามดี แล้วก็มีพื้นที่กว้างขวางสามารถรองรับลูกค้าได้เยอะเลย

ส่วนลักษณะอาหารที่เค้าเน้นจำหน่ายนั้นก็จะเป็นพวกอาหารอีสานเป็นหลักครับ เพราะชื่อเต็มๆ ของห้องอาหารแห่งนี้ก็คือ “Chowbarn E-SAN Soul Café” นั่นเอง เพียงแต่ว่าลักษณะของอาหารอีสานที่เค้ามีบริการนั้น มันจะเป็นอาหารอีสานที่มีความพิถีพิถันมากกว่าปกติ รวมทั้งมีการประยุกต์และแต่งเติมบางอย่างเข้าไปเพื่อให้มันดูน่าสนใจมากขึ้นครับ เรียกว่าหลายๆ จานมันดูว้าวเลยแหละ 

นอกจากนี้ที่ห้องอาหารชาวบ้านแห่งนี้ก็ยังใช้เป็นที่รับ Welcome Drink ของลูกค้าที่เข้าพักที่โรงแรมด้วยนะ โดยเพียงแค่เรามาบอกหมายเลขห้องของเราตอนไหนก็ได้ ก็รับเครื่องดื่มอร่อยๆ ไปทานคนละแก้วเลย และเครื่องดื่ม Welcome Drink ของเค้านั้นก็ไม่ธรรมดาเลยครับ อย่างวันที่ผมไปก็จะเป็นมะนาวบ๊วย, ขิงพุทรา และตะไคร้ และด้วยความที่เราสามารถเลือกได้คนละแก้ว พวกเราก็เลยเลือกเป็น 2 อย่างแรกครับ อร่อย ทานแล้วชื่นใจเลยครับ

ส่วนนี่เป็นภาพบริเวณโซน Outdoor ครับ โดยผมแนะนำให้มาใช้บริการช่วง 18.00 น. เป็นต้นไปนะ บรรยากาศจะดีมากๆ และไฟต่างๆ ที่เค้าติดไว้จะเริ่มส่องแสงสวยงาม อย่างในภาพพวกนี้ผมถ่ายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนครับ บรรยากาศตอนนั้นก็เริ่มเย็นสบายแล้ว ส่วนถ้าใครไปช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ผมว่าน่าจะต้องมีใส่เสื้อกันหนาวบางๆ บ้างแหละ

และนี่เป็นหน้าตาอาหารที่ผมได้ลองทานครับ เป็นเซ็ตสำหรับ 2 คน ราคา 1,750 บาท สามารถเลือกอาหารได้ทั้งหมด 6 อย่าง ซึ่งผมก็เลือกเป็นตามนี้ครับ

  • Appetizers : ส้มซี่โครงหมูทอด เสิร์ฟกับยำขิงสด
  • ยำ : ยำข้าวปุ้นน้ำปลาร้าหอม
  • Main Course (1) : สตูว์หมูสันในคุโรบุตะ
  • เครื่องเคียง (1) : ข้าวปุ้นปิ้ง
  • Main Course (2) : ปลาแซลมอนเทร้าส์อบกับซอสเนยกระเทียม
  • เครื่องเคียง (2) : มันฝรั่งอบ

รสชาติโดยรวมดีเลยแหละครับ โดยจานที่พวกผมประทับใจเป็นพิเศษก็คือ “ยำข้าวปุ้นน้ำปลาร้าหอม” อร่อยมาก ส่วนจานที่อยากให้ลองคือ “ข้าวปุ้นปิ้ง” มันเป็นเมนูที่แปลกมากๆ ผมไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนเลยครับ

ส่วนใครที่ต้องการทานเครื่องดื่มพิเศษต่างๆ เค้าก็มีให้บริการเพียบเลยนะ และมีช่วง Happy Hours 1 แถม 1 ด้วย

และสำหรับใครที่นั่งทานนานๆ แล้วกลัวยุงกับแมลงต่างๆ ไม่ต้องกลัวเลยจ้า เพราะพอเรานั่งไปซักพัก พนักงานก็จะนำสิ่งนี้มาให้พวกเราที่โต๊ะเลย บริการดีมากๆ ครับ

แนะนำเลยนะครับ ใครที่ไปเขาใหญ่แล้วอยากจะหาที่ทานอาหารเย็นแบบ Outdoor ดีๆ บรรยากาศเย็นสบาย พนักงานบริการเยี่ยม ลองไปที่ห้องอาหารชาวบ้าน โรงแรม The Peri Hotel Khao Yai ได้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

หมายเหตุ : สำหรับวันไหนที่สภาพอากาศในช่วงเย็นไม่ดี เช่น ฝนตก ทางห้องอาหารก็จะปิดบริการในส่วน Outdoor และให้นั่งในส่วน Indoor แทนนะครับ

ไลน์อาหารเช้า

เอาล่ะ ตอนนี้เราก็มาถึงเรื่องสุดท้ายของรีวิวนี้กันแล้วครับ สำหรับไลน์อาหารเช้าของโรงแรม The Peri Hotel Khao Yai นั้น จะให้บริการที่ห้องอาหาร Mountain Lodge ซึ่งอยู่ที่ชั้น 2 ของล็อบบี้นะครับ โดยเค้าจะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่ 6.00 น. ไปจนถึง 10.30 น. เลย นั่งทานกันได้ยาวๆ

ส่วนหน้าตาห้องอาหารจะเป็นแบบนี้นะครับ มีที่นั่งทั้งในส่วนของ Indoor และ Outdoor โดยหากในช่วงที่เราไปพักนั้นอากาศดี ผมแนะนำให้นั่งข้างนอกนะครับ อย่างวันที่ผมไปนั้นอุณหภูมิตอนเช้าอยู่ที่ประมาณ 23 องศาเซลเซียส พอนั่งทานข้างนอกมันก็เย็นสบาย และรู้สึกดีมากๆ ครับ